“หลวงปู่ฮก รตินธโร” วัดราษฎร์เรืองสุข (วัดมาบลำบิด) ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พระเถระผู้เคร่งครัดในการปฏิบัติศาสนธรรมและเมตตาบารมีสูง
มีคณะศิษยานุศิษย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมไปถึงวงการนักนิยมสะสมวัตถุมงคล รู้จักในนามของพระเกจิเรืองวิทยาคม
ปัจจุบัน สิริอายุ 101 ปี พรรษา 50 ถือเป็นพระเถระที่อายุพรรษามากอีกรูปของคณะสงฆ์จังหวัดชลบุรี
มีนามเดิมว่า ฮก แซ่เตียว เกิดเมื่อวันที่ 2 ส.ค.2467 บ้านเดิมอยู่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา มีเชื้อสายจีน
บิดา ชื่อ บู๊ แซ่เตียว เป็นชาวจีนแท้ ส่วนมารดาชื่อ ไน้ แซ่เตียว เป็นลูกครึ่งไทย-จีน ในปี พ.ศ.2484 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะนั้นเดินทางกับครอบครัวจากเมืองฉะเชิงเทราย้ายมาอยู่ที่ชลบุรี
เข้าพิธีอุปสมบท ซึ่งตรงกับ พ.ศ.2518 ที่พัทธสีมาวัดบุญญฤทธยาราม (วัดบึงบน) อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี มีพระครูพิบูลย์สังฆกิจ วัดกุณฑีธาร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูโสรัจธรรมคุณ วัดบุญญฤทธยาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระใบฎีกาฮง วัดบึงบวรสถิต (วัดบึงล่าง) เป็น อนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายานามว่า รตินธโร

ศึกษาพระปริยัติธรรมอย่างมุ่งมั่น ควบคู่ไปกับการฝึกฝนจิต ขณะเดียวกัน ก็อุปัฏฐากรับใช้พระกรรมวาจาจารย์ เป็นอย่างดี
ในพรรษาที่ 3 เดินทางไปวัดเขาน้อยคีรีวันและเดินทางกลับมายังวัดบึงบน ไปกลับเช่นนี้เป็นประจำ เนื่องจากที่วัดเขาน้อยคีรีวัน มีพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพศรัทธาของญาติโยม คือ หลวงปู่โทน กันตสีโล
เนื่องจากเป็นสหธรรมิกกัน ตั้งแต่สมัยทำงานด้วยกันเมื่อครั้งยังหนุ่ม แต่ไม่เคยเรียนวิชาใดๆ ด้วยเลย เนื่องจากมีความตั้งใจปรารถนาปฏิบัติเพื่อหลุดพ้นเท่านั้น แต่ก็จะออกธุดงค์วิเวกกับหลวงปู่โทนอยู่เช่นกัน ทำให้ทั้งสองมีความสนิทสนมกันมาก
ต่อมา พระครูโสรัจธรรมคุณ เจ้าอาวาสวัดบุญญฤทธยาราม เจ้าคณะตำบลคลองกิ่วในสมัยนั้น ได้มอบหมายให้หลวงปู่ฮก มาอยู่จำพรรษาที่วัดราษฎร์เรืองสุข (วัดมาบลำบิด) ซึ่งมีศรัทธาจากญาติโยมจำนวนไม่น้อยที่เข้ามากราบนมัสการ มีวัตรปฏิบัติที่งดงาม ไม่ยึดติดกับลาภยศสรรเสริญ และมีเมตตา
เป็นพระสมถะแสวงหาที่สงบ เพื่อนั่งวิปัสนากัมมัฏฐาน ป่าช้าเป็นสถานที่สงบอีกแห่งหนึ่งที่ไปนั่งปฏิบัติ
เคยธุดงค์ไปในป่าลึกข้ามไปถึงฝั่งประเทศพม่า ประเทศมาเลเซีย พบเจอกับสัตว์ดุร้ายมากมายหลายชนิด แต่ไม่มีสัตว์ตัวใดทำอันตรายท่านได้
ครั้นนั่งสมาธิวิปัสสนาเมื่อใด จะนั่งนิ่งสงบจนดวงจิตนิ่งลึกถึงแก่นขุมพลังแห่งธรรม สัตว์ร้ายและภูตผีปีศาจทั้งหลายก็มิกล้ามากล้ำกราย
ตั้งแต่บวช ไม่เคยกางมุ้งหรือกางกลดจำวัด แม้กระทั่งในระหว่างออกเดินธุดงค์ไปสถานที่ต่างๆ หรือจำพรรษาอยู่ในวัดก็ตาม
มีความเป็นอยู่เรียบง่าย ไม่ยึดติดกับสิ่งใด เมื่อออกบิณฑบาตมีผู้บริจาคปัจจัยให้ จะนำปัจจัยไปซื้ออาหารมาเลี้ยงสุนัขและแมว
ด้านวัตถุมงคลล้วนเป็นไปเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา อาทิ การสร้างเหรียญรุ่นแรกที่อนุญาตให้คณะศิษย์จัดทำขึ้น เพื่อสมทบทุนสร้างอุโบสถหลังใหม่แทนอุโบสถหลังเก่าที่วัดลำมาบบิด ซึ่งชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา
ส่วนการนั่งปรกปลุกเสกวัตถุมงคลก็ทำอย่างเรียบง่าย ซึ่งเคยตอบคำถามของศิษย์ว่า “ไม่ได้มีอะไร คาถาบริกรรมปลุกเสกก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ อาตมาทำง่ายๆ ไม่ว่าเราจะมีพระดีขนาดไหน ถึงคราวตายก็หนีไม่พ้น อยากให้ระลึกว่าการแขวนพระเครื่องเอาไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจและเตือนสติให้อยู่ในศีลในธรรม ทำดีละเว้นความชั่ว”
ทุกวันนี้ ยังคงเดินหน้าพัฒนาวัดและจิตใจของชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง เป็นศูนย์รวมใจของชุมชน
จนได้รับการยกย่องเป็นพระเกจิอาจารย์ระดับแนวหน้าอีกรูปแห่งภาคตะวันออก