“วัดเมืองเก่า” บ้านเมืองเก่า หมู่ 2 ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม สังกัดมหานิกาย มีเนื้อที่ตั้งวัด 6 ไร่ อยู่ห่างตลิ่งแม่น้ำโขงราว 100 เมตร วัดแห่งนี้เป็นวัดร้าง ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าสร้างเมื่อใด สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อ พ.ศ.2329 ในสมัยที่ย้ายเมืองมรุกขนคร สร้างเมืองใหม่ที่บ้านหนองจันทร์
ต่อมาพระบรมราชา (พรหมา) ในสมัยรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ เปลี่ยนนามเป็นเมืองนครพนม ภายในวัดยังหลงเหลือซากฐานโบราณเป็นเนินกองอิฐ เจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมที่ปกคลุมด้วยต้นไม้ ห้วง 10 ปีที่ผ่านมา เคยเป็นฐานปฏิบัติการ ตชด. ก่อนย้ายไปอยู่ที่ข้างเคียง

ปัจจุบัน พระครูกันตปุญญรังสี วัย 78 ปี เป็นเจ้าอาวาส
วัดแห่งนี้ทิศตะวันออกถูกปกคลุมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่หลายชนิด ใต้ร่มไม้ใหญ่มีศาลอัญญาพระไซ ชาวบ้านเชื่อว่า เป็นมเหศักดิ์หลักเมืองของชาวบ้านเมืองเก่าและชาว ต.ท่าค้อ ที่นับถือกราบไหว้มาช้านาน
ตามประวัติอัญญาพระไซ เป็นเจ้าหัวเมืองฝั่งขวาในอาณาจักรศรีโคตรบูร มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับนครหลวงเวียงจันทน์ตั้งแต่ยุคจันทะปุระ ราวปี พ.ศ.1000-1500 ท่านเป็นเจ้าหัวเมืองที่มีความสามารถในการสู้รบ ปกป้องบ้านเมือง ทำให้เป็นที่ศรัทธาของชาวเมืองมาตั้งแต่สมัยนั้นจนถึงปัจจุบัน

ชาวบ้านจึงได้สร้างศาลอัญญาพะไซ ไว้เป็นที่เคารพสักการะ และเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เชื่อว่าคอยคุ้มครองดูแลปกปักรักษาลูกหลานในหมู่บ้าน ให้อยู่เย็นเป็นสุขแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง ทั้งทางบกและทางน้ำเป็นระยะเวลายาวนาน ก่อนที่ศาลแห่งนี้จะผุพังไปตามกาลเวลา
กระทั่งวันที่ 28 ธ.ค.2565 มีคนร้ายพวกลองวิชา ลอบเผารูปปั้นอัญญาพะไซ ซึ่งเป็นอาคารปูนเก่าติดพื้น ทำให้รูปปั้นอัญญาพะไซนั่งบนฐานสูง 2.5 เมตร ถูกเพลิงเผาทำลายจนรูปปั้นเป็นสีดำบางส่วนจากเขม่าควัน และเครื่องสักการะได้รับความเสียหาย
วันที่ 24 ม.ค.2566 พล.ร.ต.สมาน ขันธพงษ์ ผบ.หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ขณะนั้น ร่วมกับนายพิชญา โพชะราษฎร นายก อบต.ท่าค้อ พร้อมชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธา ประกอบพิธีบวงสรวงศาลอัญญาพะไซ หลังสร้างศาลหลังใหม่แล้วเสร็จ จากเงินบริจาคของชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธา เป็นศาลมุงหลังคาพื้นปูกระเบื้องและทาสีแดงสวยงามทั้งหลัง

ใกล้กับศาลยังมีต้นโพธิ์ยักษ์ขนาดใหญ่ 4-5 คนโอบ มีชาวบ้านนำพระพุทธรูป พระบูชา รูปปั้นนางกวักเก่า และรูปปั้นที่แตกหักไปไว้ตามซอกแลดูเป็นศิลปะ
นอกจากนี้ ยังพบรูปปั้นเต่าเงินเต่าทองยักษ์ 2 ตัวอยู่บนฐานใต้ร่มเงาไม้ และสระน้ำโบราณที่ทางวัดขุดและอนุรักษ์ไว้ให้สวยงาม
บริเวณลานกลางวัดพบอุโบสถ หรือ สิมโบราณเก่า ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 15 เมตร ภายในประดิษฐานพระประธานไม่ทราบปางแน่ชัดสูงราว 2 เมตร แต่เป็นที่น่าประหลาดใจพบว่า พระประธานไม่ทราบนามองค์นี้ ถูกปกคลุมด้วยจอมปลวกคล้ายเศียรพญานาค แผ่ลุกลามขยายจนถึงฐานจนท่วมมิดเศียรพระประธาน เห็นแต่เกศที่โผล่พ้นออกมา

พระครูกันตปุญญรังสี เล่าว่า วัดแห่งนี้มีศาลอัญญาพะไซ มเหศักดิ์หลักเมือง หรือชาวบ้านเรียกกันว่า “ศาลปู่ตา” ชาวบ้านลูกหลานเจ็บป่วยไข้ไปโรงพยาบาล ไปทำงานในกรุงเทพฯ และในต่างแดน จะไปทำงานก็จะมาแต่งขันธ์ห้าบอกกล่าวอัญญาพะไซ คนที่ไปทำงานต่างประเทศ หากจะเดินทางกลับบ้าน จะบอกญาติพี่น้องแต่งขันธ์ไปบอกกล่าวก่อนว่าจะเดินทางกลับมาแล้ว และจะมาแก้บนโดยนำเหล้าขาว ไก่ต้ม มาแก้บนหลังสำเร็จ ส่วนพิธีเลี้ยงหอศาลแห่งนี้ตรงกับ เดือน 12 ออก 6 ค่ำ หรือเดือน พ.ย.2568 ตามความเชื่อ
ส่วนอุโบสถหลังนี้ เดิมเป็นสิมโบราณ เป็นเพิงหลังคามุงด้วยสังกะสีหญ้าแฝกคลุมทับ ฝาผนังเป็นปูน สมัยก่อนมีพระโบราณปางต่างๆ องค์น้อยใหญ่สมัยโบราณอยู่ในอุโบสถ ถูกคนร้ายมือดีย่องมาลักขโมยไปจนหมด อาตมาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว เมื่อ พ.ศ.2542 จึงบูรณะมาแล้ว 4-5 ครั้ง ทาสีหลังคา 2 ครั้ง ปูพื้นกระเบื้องทั้งหลัง

ล่าสุด บูรณะใหม่อีกรอบ เนื่องจากกระเบื้องที่ปูล้นออกมานอกอุโบสถ ไม่ได้มุงหลังคา มีตะไคร่น้ำเกาะที่พื้นปูกระเบื้อง จึงต่อโครงหลังคายื่นออกมาอีก 4 เมตร ประกอบสังฆกรรม ส่วนจอมปลวกที่โผล่คลุมทับเศียรพระประธานจนแทบมิด อาตมาเคยนำน้ำยากันปลวกมาฉีดโดยรอบฐาน และปูกระเบื้อง แปลกใจที่มีจอมปลวกโผล่ขึ้นมา ลุกลามจนแทบจะมิดเศียรพระประธานในโบสถ์ ที่ผ่านมามีผู้มาขอโชค สัมฤทธิผลหลายราย
นางสม ชาวบ้านในชุมชนบ้านเมืองเก่า กล่าวว่า ชาวบ้านที่เจ็บไข้ได้ป่วยหลายต่อหลายครั้ง จะมาบนบานศาลกล่าวกับอัญญาพะไซ เพื่อขอให้โรคภัยไม่มาเบียดเบียน คนที่ไปทำงานในต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ หรือไปทำงานขายแรงต่างประเทศ มักมาบอกมาครอบโดยการแต่งขันธ์ห้า เมื่อสำเร็จแล้วจะมาแก้บนแทบทุกราย เชื่อว่าเป็นมเหศักดิ์หลักเมือง ศูนย์รวมใจที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้าน

ส่วนในอุโบสถภายหลัง พบว่ามีจอมปลวกคล้ายเศียรพญานาคผุดขึ้นจนใกล้มิดเศียรพระประธาน ชาวบ้านเชื่อว่าอาจมาให้โชคลาภกับชาวบ้าน จึงได้แต่งขันธ์ห้าและจุดบอกกล่าวกับพระประธาน ผู้ที่สมหวังก็จะนำพวงมาลัยมาแก้บน และนำเงินหยอดตู้บริจาคเพื่อช่วยค่าน้ำค่าไฟวัด
คำบูชา อัญญาพะไซ (ตั้งนะโม 3 จบ) “โอม อัญญาพะไซ นะมามิ ปะติถิตัง สัพพะโลกะหิตัง สัพพะปาปังวมินาสสันติ ตะติยัมปิ โอม อัญญาพะไซ นะมามิ ปะติถิตัง สัพพะโลกะหิตัง สัพพะปาปัง สาธุ สาธุ สาธุ”
วัดเมืองเก่า ที่ตั้งศาลอัญญาพะไซ และอุโบสถจอมปลวกพญานาคแห่งนี้ อยู่ห่างจากตัวเมืองนครพนมทางทิศตะวันออกราว 6 กิโลเมตร ตามถนนสายนครพนม-ธาตุพนม ฝั่งขาออกตัวเมือง จะพบป้ายปักติดไว้บ้านเมืองเก่า ให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนคอนกรีต พบ 3 แยกให้เลี้ยวขวา มุ่งตรงไปอีก 700 เมตรก็จะพบตัววัด
ชนะ วสุรักคะ