ย้อนไปเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 เวลา 17.00 น. นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นางปอโลมี ตริปาฐี อุปทูตสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย เเละรองผู้เเทนถาวรเเห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียเเละเเปซิฟิก การท่องเที่ยวเเห่งประเทศไทย นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา พร้อมด้วยนายกสมาคมอินเดียเเห่งประเทศไทย ผู้เเทนองค์การทางศาสนา 5 ศาสนา เข้าร่วมพิธีเปิดงาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” ณ ลานริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม เขตคลองสาน กรุงเทพฯ

ชวนกันมา พากันมู(เตลู)

“เทศกาลดิวาลี” คือประเพณีปีใหม่ของชาวอินเดียที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งตรงกับวันอมาวัสยาหรือวันเดือนดับในเดือน 8 ตามระบบปฏิทินฮินดู จัดขึ้นเพื่อบูชาขอพรพระแม่ลักษมี เทวีแห่งโชคลาภ ทรัพย์สิน เงินทอง และพระพิฆเนศ เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ โดยศาสนิกชนฮินดูจะบูชาองค์เทพ ด้วยแสงไฟจากตะเกียงประทีป โดยจุดให้สว่างตลอดวันตลอดคืน เพื่อขอให้ประทานพรแก่ผู้สักการบูชา นอกจากนี้ยังเป็นการเฉลิมฉลองตามตำนานคัมภีร์รามายณะ

ชวนกันมา พากันมู(เตลู)

ซึ่งมีตำนานว่าเมื่อพระรามสู้รบกับเหล่าอสูร จนมีชัยแล้วก็ได้เดินทางกลับมาสู่อาณาจักรอโยธยาในคืนเดือนมืด จึงมีการเฉลิมฉลองชัยชนะด้วยไฟ ทั่วทั้งอาณาจักรอโยธยา เพื่อนำทางทัพพระรามกลับสู่อาณาจักร

ชวนกันมา พากันมู(เตลู)

ชวนกันมา พากันมู(เตลู)

ด้วยเหตุนี้ เทศกาลดิวาลีจึงเป็นเทศกาลแห่งแสงสว่าง แสงไฟ และความรื่นเริงมีการจุดประทีปเป็นสัญลักษณ์การเฉลิมฉลองชัยชนะของคุณงามความดีที่มีต่อความชั่วร้าย และแสงสว่างที่อยู่เหนือความมืดมน ผู้คนนิยมแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าใหม่ๆ มีการจุดตะเกียงเพื่อให้เกิดความสว่างไสวไปทั้งบ้าน รวมถึงการชำระปัดกวาดสถานที่ให้สะอาด เพื่อเตรียมรับสิ่งดี ให้เข้ามาในบ้านเรือนหลังนั้น

ชวนกันมา พากันมู(เตลู)

ในขณะที่ผู้นับถือศาสนาซิกข์จะเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลี ด้วยเหตุผลความเชื่อที่ต่างไป โดยจะเรียกว่าวัน “บัณดิ โช ดิวัส” หรือวันปลดปล่อยเพื่ออิสรภาพและสิทธิอันเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นวันที่คุรุ ฮัร โควินท์ สาหิบ ศาสดาพระองค์ที่ 6 ของศาสนาซิกข์ได้รับการปลดปล่อยจากการจองจำของจักรวรรดิโมกุล

ชวนกันมา พากันมู(เตลู)

เทศกาลดิวาลีจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ศาสนิกชนรู้จักวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายอินเดีย เพื่อแสดงออกถึงความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ผ่านเทศกาลประเพณีที่สำคัญทางศาสนา โดยในงานมีกิจกรรม การบูชาองค์เทพของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ทั้ง 4 องค์ ได้แก่ พระพิฆเนศ เทพแห่งการเริ่มต้นและผู้ขจัดปัดเป่าอุปสรรค พระแม่ลักษมี เทพีแห่งโชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่งร่ำรวย พระกฤษณะและพระนางราธา เทพแห่งความรักความสัมพันธ์ที่มั่นคง และพระราม เทพแห่งความยุติธรรมและความถูกต้อง การจุดประทีปตามหลักศาสนาเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลี รวมถึงการจัดแสดงนิทรรศการเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ในมิติศาสนาของทั้งศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์

ชวนกันมา พากันมู(เตลู)

นายนิกร ซัจเดว ประธานคณะผู้จัดงานเทศกาลดิวาลีกล่าวว่า ในปีนี้กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ได้เป็นเจ้าภาพร่วมกับสมาคมอินเดียแห่งประเทศไทย องค์การทางศาสนา และภาครัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง กำหนดจัดงาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” นำเสนอเทศกาลดิวาลีในมิติทางศาสนาและวัฒนธรรมอินเดีย

ชวนกันมา พากันมู(เตลู)

โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมฮินดูสมาช สมาคมฮินดูธรรมสภา สมาคมศรีคุรุสิงห์สภา และสมาคมนามธารีสังคัตแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์การทางศาสนาที่กรมการศาสนาให้การอุปถัมภ์ และเป็นเครือข่ายในการดำเนินงานด้านศาสนา ร่วมกับกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรมมาด้วยดีตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ให้มีกิจกรรมในมิติศาสนาตามความเชื่อ เเละสนับสนุนส่งเสริมองค์การทางศาสนาให้ร่วมดำเนินงานส่งเสริมเผยแพร่ความรู้ด้านศาสนาผ่านเทศกาลดิวาลี

ชวนกันมา พากันมู(เตลู)

กิจกรรม Turban Day ร่วมรับชมการสาธิตการโพกผ้าพันศีรษะตามอัตลักษณ์ของชาวซิกข์ รวมถึงรับผ้าโพกศีรษะได้ฟรีเมื่อเข้าร่วมงาน และร่วมถ่ายรูปบนลานรังโกลีแบบสามมิติ ศิลปะอินเดียจากทรายสีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเป็นศิลปะการวาดภาพตกแต่งพื้นบ้านของอินเดีย โดยใช้ผงสีหรือทรายสีวาดเป็นลวดลายต่างๆ โดยมีความหมายหลักคือการต้อนรับแขกด้วยความอบอุ่นและเป็นสิริมงคล

ชวนกันมา พากันมู(เตลู)

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการแสดงเชิงพหุวัฒนธรรม การจัดจำหน่ายอาหารคาวหวาน และสินค้าแนวอินเดีย จากผู้ประกอบการอินเดีย-ไทย นับเป็นการรวมตัวของชาวไทยเชื้อสายอินเดียที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบปีและสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในมิติเทศกาลประเพณีทางศาสนา

ชวนกันมา พากันมู(เตลู)

โครงการเสน่ห์แห่งสีสัน เทศกาลแห่งศรัทธา ภายใต้การจัดกิจกรรมเทศกาลของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ร่วมด้วยศาสนาซิกข์ เป็นการส่งเสริมให้ศาสนิกชนได้ปฏิบัติศาสนกิจตามศาสนา อันเป็นการสร้างความเข้มแข็งของสถาบันศาสนาให้เป็นเสาหลักที่จะสร้างสรรค์สังคมที่มีคุณธรรม ศาสนิกชนทุกศาสนาอยู่ร่วมกันด้วยความรักสามัคคีสืบต่อไป

ชวนกันมา พากันมู(เตลู)

ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเทศกาลในมิติทางศาสนา เป็นการยกระดับเทศกาลประเพณีให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นด้านเศรษฐกิจวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่หลากหลาย และก่อให้เกิดความศรัทธาและความเชื่อ โดยการบูชาสิ่งที่เป็นวัตถุมงคล และของที่ระลึก ที่จะช่วยส่งเสริมรายได้ให้กับผู้ประกอบการในการขายสินค้าและบริการต่างๆ ก่อให้เกิด สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในมิติศาสนา

ส่งผลให้ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน