กรณีนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชูป้ายประท้วงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งรับเชิญไปบรรยายที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ โดยเป็นป้ายเรียกร้องความยุติธรรมให้คนเสื้อแดง ในเหตุการณ์ปี 2553 ที่เรียกกันว่า 99 ศพ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดง ได้โพสต์ข้อความแสดงความขอบคุณต่อนิสิตจุฬาฯ ที่แสดงออกโดยสันติวิธี พร้อมกับแสดงความชื่นชมต่อบรรยากาศการสนทนาด้วยเหตุผลระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย
แต่นายณัฐวุฒิมองว่า ข้อมูลที่มีการชี้แจงกับกลุ่มนิสิตยังมีข้อคลาดเคลื่อนที่ต้องบันทึกไว้ตรงนี้ เพื่อปกป้องประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชน!
ความจริงคือประชาชนผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นั้นทุกรายเป็นคนมือเปล่า ไม่มีอาวุธ ไม่มีคราบเขม่าดินปืน ทุกชีวิตคือผู้บริสุทธิ์
ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นกองกำลังติดอาวุธชายชุดดำทุกรายต่อสู้ในชั้นศาล และศาลพิพากษาถึงที่สุดยกฟ้องทุกคดี!!
จนถึงขณะนี้มีเพียงคดีเดียวที่เพิ่งฟ้องภายหลัง ศาลชั้นต้นยกฟ้องอยู่ระหว่างอุทธรณ์
คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างสู้คดี บางรายติดคุกเกือบสิบปีจนศาลชี้ว่าไม่มีความผิดถึงได้รับอิสรภาพ
อีกประเด็นสำคัญ นายณัฐวุฒิระบุว่า มีการไต่สวนสาเหตุการเสียชีวิตของประชาชน 31 ราย
ศาลชี้ว่าเสียชีวิตจากอาวุธของเจ้าหน้าที่รัฐ 17 ราย อีก 14 รายไม่สามารถระบุได้ ที่เหลืออีก 68 รายยังไม่มีการไต่สวน!
ขณะที่ DSI ดำเนินคดีบงการฆ่าโดยเจตนาเล็งเห็นผลกับนายอภิสิทธิ์ อดีตนายกฯ และนายสุเทพ อดีตรองนายกฯ อัยการสั่งฟ้องคดีถึงศาล
แต่ทั้ง 2 คนไปร้องว่าศาลอาญาไม่มีอำนาจพิจารณาคดีนี้ แต่เป็นอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งต้องเริ่มต้นที่ป.ป.ช.!?!
สู้กัน 3 ศาล
จนศาลฎีกาพิพากษายืนตามชั้นต้นและอุทธรณ์ว่าศาลอาญาไม่มีอำนาจพิจารณาคดี
ไม่ใช่การพิพากษาว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์!!
ต่อมาป.ป.ช.ยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คน บอกว่าให้ดำเนินคดีกับคนยิง ญาติผู้เสียชีวิตบางรายยื่นฟ้องศาลทหาร แต่อัยการศาลทหารบอกว่าผู้ฟ้องไม่สามารถระบุตัวคนยิงได้ จึงสั่งไม่ฟ้อง
กรณีประชาชนถูกยิงเสียชีวิตจึงไม่เคยมีคำพิพากษาศาลว่าใครเป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะคดีไปไม่ถึงศาล
นายณัฐวุฒิโพสต์ถึงประเด็นที่นายอภิสิทธิ์ตั้งคำถามต่อนิสิตว่า ไม่เรียกร้องให้พี่น้องกปปส.และพันธมิตรฯ ที่เสียชีวิตบ้างหรือ
“สิ่งที่แตกต่างคือ การชุมนุมของคนเสื้อแดงมีการปราบปรามโดยใช้กำลังทหารหลายหมื่นนาย กระสุนหลายแสนนัด รัฐบาลประกาศเขตกระสุนจริง พวกเขาจึงตั้งคำถามกับนายกฯ ในเหตุการณ์นั้น”
มีอีกหลายความเห็นในเหตุการณ์นายอภิสิทธิ์กับนิสิตจุฬาฯ
ที่น่าสนใจคือมุมมองของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ที่ว่า
น่าเสียดายที่นายอภิสิทธิ์ประเมินตนเองสูงไปในการกลับมาสู่สนามการเมืองอีกครั้ง!!
วงค์ ตาวัน