ยิ่งมีข่าวทักษิณ ชินวัตร โดนคดีกระหน่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งทำให้พรรคเพื่อไทยอยู่ในภาวะระส่ำระสาย แล้วก็ยิ่งทำให้พรรคภูมิใจไทยโดดเด่นเป็นสง่า ดึงดูดบรรดาสส.ให้หลั่งไหลออกจากพรรคต่างๆ เข้ามาร่วม มาสวมเสื้อสีน้ำเงินอย่างไม่ขาดสาย จนคาดหมายกันว่าเลือกตั้งครั้งหน้า คงจะเป็นพรรคหลักในการจัดตั้งรัฐบาลแน่ๆ
ประเด็นสำคัญคือ การล้มของรัฐบาลเพื่อไทย แถมหลังจากนั้นนายทักษิณต้องเข้าสู่เรือนจำ ขณะที่ภูมิใจไทยที่มีสส.แค่ 70 เสียง สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า นายอนุทินและภูมิใจไทย คือพรรคที่ได้รับความไว้วางใจจากขั้วการเมืองอนุรักษนิยมอย่างแท้จริง!
ทั้งเชื่อกันว่า การเลือกตั้งหนหน้า พรรคที่จะเป็นตัวแทนขั้วอนุรักษนิยมการเมืองตัวจริงก็คือภูมิใจไทยนี่แหละ
ถือว่าเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของเพื่อไทย
จากที่เคยพยายามเดินแนวทางประนีประนอมทางการเมือง เพื่อให้ขั้วอนุรักษนิยมไว้วางใจ สุดท้ายกลายเป็นถูกกระทำจากอนุรักษนิยมอย่างรุนแรง!!
หลังการเลือกตั้งปี 2566 เพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล โดยสามัคคีกับพรรคอนุรักษนิยมการเมืองทั้งหมด ผลักพรรคส้มไปเป็นฝ่ายค้าน
แต่ผ่านไป 2 ปี เพื่อไทยก็ถูกล้ม
แล้วขั้วอนุรักษนิยมก็สนับสนุนให้ภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลแทน แม้จะเป็นเสียงข้างน้อย แต่ก็ได้พรรคประชาชนเข้ามาโหวตให้
ถือได้ว่าภูมิใจไทยคือพรรคเบอร์ 1 ของขั้วอนุรักษนิยมการเมือง
ส่วนเพื่อไทยนั้น ชัดเจนว่า แม้พยายามแอบอิงฝ่ายอนุรักษนิยม แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นที่เชื่อใจได้เท่าภูมิใจไทยที่เป็นอนุรักษนิยมขนานแท้มากกว่า!!
บทเรียนการเมืองครั้งนี้ เพื่อไทยน่าจะได้บทสรุปแล้วว่า ไม่ใช่พรรคที่ฝ่ายอนุรักษนิยมการเมืองจะมองเห็นว่าเป็นตัวแทนได้
อาจจะเพราะตัวตนของทักษิณที่เป็นทุนนิยม มีนโยบายที่ทำให้สังคมดั้งเดิมสั่นคลอน
หรืออาจจะด้วยอีกหลายๆ ปัจจัยที่แทรกเข้ามา
แต่บทสรุปที่เพื่อไทยคงรู้ได้ชัดเจนแล้วก็คือ เนื้อแท้ของพรรค ไม่ใช่ฝ่ายอนุรักษนิยมการเมือง!?
ว่ากันว่า แกนนำเพื่อไทยเองก็กำหนดแนวทางในการวางนโยบายและทิศทางเลือกตั้งครั้งหน้าแล้ว
กลับมาสู่จุดดั้งเดิมตั้งแต่ยุคไทยรักไทย คือ พรรคเสรีประชาธิปไตย เป็นทุนสมัยใหม่
นโยบายในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า คาดว่าจะวางแนวชัดเจน ไม่ใช่พรรคที่จะแอบอิงขั้วอนุรักษนิยมการเมืองอีกต่อไป
เผื่อฐานมวลชนฝ่ายประชาธิปไตยที่บางส่วนปฏิเสธเพื่อไทยไปแล้ว จะหันกลับมาเลือกกันใหม่!
ประกาศให้ชัดในฐานะพรรคที่ถูกฝั่งอนุรักษนิยมการเมืองกระทำอย่างหนักอีกครั้ง
เลิกแล้วการเมืองแบบปี 66 เพราะเนื้อแท้ก็ไม่ใช่ขั้วอนุรักษนิยมการเมืองแต่อย่างใด!!
วงค์ ตาวัน