บนเวทีสัมมนา “ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ” โดยหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ เครือมติชน เมื่อวันพฤหัสฯ ที่แล้ว ในการขึ้นปาฐกถาพิเศษ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีข้อมูลสำคัญ

โดยได้จุดประเด็น การ “ไปต่อ” ของการเมืองไทยว่า กำลังจะไปสู่วันเลือกตั้งใหญ่แล้ว ทั้งนี้วันเวลาการยุบสภา ไม่วันที่ 12 ธันวาคมนี้ ก็เป็นวันที่ 31 มกราคมปีหน้า!?

ขึ้นอยู่กับการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน เพราะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย โหวตสู้ไม่ได้ ก็ต้องยุบสภาก่อน

แต่ก็จะทำให้ไม่บรรลุข้อตกลงกับพรรคประชาชน ในเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นอย่างนั้น ใครทำให้ล้มก็ต้องรับผิดชอบด้วย

บทสรุปจากนายอนุทินคือ การยุบสภาอาจเร็วกว่าที่กำหนดไว้ 31 มกราคม 2569 ถ้าหากสภาเปิดสมัยสามัญในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ แล้วโดนยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ!!

แต่ก็หยิบเอาประเด็นแก้รัฐธรรมนูญขึ้นมาผูกโยงอย่างชัดเจน

ผูกโยงระหว่างการยื่นซักฟอก การแก้รัฐธรรมนูญ และการยุบสภา

เพื่อกดดันพรรคประชาชน ว่าความต้องการแก้รัฐธรรมนูญจะไม่บรรลุ ถ้าต้องยุบสภาในช่วง 12 ธันวาคม

แล้วโยนไปที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งต้องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำนองว่า ถ้าแก้รัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ ก็ต้องไปโทษเพื่อไทยโน่น!?!

รวมทั้งเหมือนบีบพรรคส้มให้ช่วยขวางการยื่นซักฟอกของเพื่อไทยด้วย

แต่แน่นอน ฝ่ายเพื่อไทยก็เคยตั้งประเด็นเอาไว้แล้วว่า รัฐบาลใช้กลวิธีจับการแก้รัฐธรรมนูญมาเป็นตัวประกัน เพื่อขู่ไม่ให้ซักฟอก รวมทั้งโยนให้เพื่อไทยเป็นจำเลย!!

พร้อมๆ กันเพื่อไทย ก็ตั้งข้อสังเกตว่า การที่รัฐบาลจะชิงยุบสภาเพื่อหนีการซักฟอกนั้น ถูกต้องแล้วหรือ

เป็นการหนีการตรวจสอบตามวิถีทางประชาธิปไตย ไม่ถูกต้องอย่างแน่นอน

รวมทั้งเพื่อไทยยังตั้งคำถามว่า เอาเข้าจริงๆ แล้ว พรรคภูมิใจไทย อยากให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญลุล่วงจริงหรือ!?!

ขณะที่คนในสังคมจำนวนไม่น้อยก็มองว่า ขั้วการเมืองอนุรักษนิยม ต้องการปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ซึ่งอุตส่าห์เขียนขึ้นมาในยุครัฐบาลทหาร

วันนี้ภูมิใจไทยได้รับเลือกจากฝ่ายอนุรักษนิยมการเมืองให้เป็นพรรคตัวแทนเพื่อเข้ากุมอำนาจรัฐ ลึกๆ แล้วต้องทำหน้าที่รักษารัฐธรรมนูญฉบับนี้เอาไว้ด้วยหรือไม่

ข้อน่าสนใจสำหรับการเมืองในช่วงระทึกนี้ก็คือ ระหว่างการแก้รัฐธรรมนูญ การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจและการยุบสภา

เป็นกลเกมการชิงจังหวะทางการเมืองของแต่ละฝ่าย ซึ่งต้องจับตามองให้ดี!!

โดยพรรคประชาชน ที่อุตส่าห์ฝ่าเสียงวิจารณ์ทางลบ ยกมือให้ภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล ด้วยเงื่อนไขแก้รัฐธรรมนูญ แต่จะปฏิเสธการทำหน้าที่ฝ่ายค้านเพื่อตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างไร

ส่วนเพื่อไทยจะยื่นไม่ไว้วางใจ ในจังหวะที่ไม่ตกเป็นจำเลยฐานทำให้การแก้รัฐธรรมนูญต้องล้มคว่ำได้อย่างไร

ส่วนรัฐบาล จะชิงยุบสภาหนีซักฟอก หรือลึกๆ แล้ว ต้องยุบเพื่อสนองเจตนารมณ์ขั้วอนุรักษนิยมการเมืองเรื่องปกป้องรัฐธรรมนูญ ต้องดูกันให้ดีๆ!?!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน