ภัยพิบัติธรรมชาติและภัยสงครามสู้รบ นำมาซึ่งความเศร้าสลดยากลำบากสำหรับประชาชนคนไทย ทั้งในภาคใต้และในชายแดนอีสานใต้ อย่างต่อเนื่องกัน กระทบทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินบ้านเรือน
ปลายเดือนพฤศจิกายน เกิดปรากฏการณ์ฝนแช่ ทำให้น้ำท่วมถล่มหาดใหญ่และอีกหลายอำเภอในสงขลา อย่างฉับพลันและหนักหน่วง!
รวมไปถึงอีก 10 จังหวัดใกล้เคียง
ถือเป็นภัยพิบัติที่ร้ายแรง ทำให้เมืองเศรษฐกิจและท่องเที่ยวที่สำคัญยิ่งของภาคใต้ตอนล่าง ต้องพบกับหายนะครั้งใหญ่
หลังจมน้ำมิดหลังคาราว 1 สัปดาห์ ที่ตามมาหลังน้ำแห้งคือความพังพินาศของบ้านเรือน ร้านค้า อาคารพาณิชย์ โคลน ขยะล้นเมือง รถยนต์จอดตายเกลื่อนตามท้องถนน
มีคนเสียชีวิตเกินกว่าร้อยศพ มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจถึงแสนล้านบาท!!
ยังต้องใช้เวลาฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่และอีกหลายจังหวัดใกล้เคียง อีกยาวนานหลายสัปดาห์
กว่าเมืองจะสะอาด กว่าการซ่อมแซมให้คืนสภาพเป็นปกติ
ถ้าหาดใหญ่กลับมาไม่ทันเทศกาลปีใหม่ ความพังทลายทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยว จะมากมายมหาศาลยิ่ง!?!
เป็นเรื่องน่าเศร้าส่งท้ายปีจริงๆ
จากหาดใหญ่ จากปักษ์ใต้ ขึ้นไปที่อีสานใต้ ต้นเดือนธันวาคม ได้รับความเดือดร้อนส่งท้ายปีอีกเช่นกัน!!
เพราะการสู้รบระหว่างทหารไทยและกัมพูชาระเบิดขึ้นอีกรอบ ประชาชนตามแนวชายแดน 6-7 จังหวัด ต้องอพยพหลบหนี
ทิ้งบ้านเรือน ไร่นา สัตว์เลี้ยงทางการเกษตร
ผู้เฒ่า ลูกเล็กเด็กแดง ต้องย้ายไปอยู่ศูนย์พักพิงเพื่อให้พ้นจากพื้นที่สู้รบ การกินอยู่หลับนอนยากลำบาก
ถ้าไม่อพยพออกจากบ้าน ก็ต้องไปหลบภัยในหลุมบังเกอร์ ท่ามกลางเสียงปืนเสียงระเบิด เต็มไปด้วยความระทึกขวัญ!?
ด้านหนึ่ง เมื่อฝ่ายกัมพูชายังใช้กลวิธีทางทหารยั่วยุ จนนำไปสู่การปะทะกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ทหารไทยก็จำเป็นต้องตอบโต้และปกป้องดินแดนเรา
ถ้าสงครามเลี่ยงไม่ได้ กองทัพไทยก็ต้องรุกรบอย่างเต็มกำลัง
แต่อีกด้านมีคำถามถึงรัฐบาลว่า ทำไมก่อนหน้านี้จึงไม่สามารถใช้กลไกการเจรจา ทำให้ปัญหายุติลงไป เพื่อไม่ต้องเลือกวิธีสงคราม!?
เพราะนำมาซึ่งการสูญเสียชีวิตทหารผู้น้อย เสี่ยงต่อชีวิตพลเรือน ไปจนถึงการต้องอพยพของประชาชน
ยังไม่รู้ว่าสถานการณ์ชายแดนจะจบลงเมื่อไร กำลังจะสิ้นปีแล้ว ประชาชนคนไทยใน 7 จังหวัดชายแดน จะมีโอกาสได้กลับไปอยู่บ้านเพื่อร่วมเฉลิมฉลองหรือไม่
น่าเป็นห่วงแทนคนหาดใหญ่ คนปักษ์ใต้ ไปจนถึงคนอีสานใต้ ที่อาจจะหมดความสุขในปีใหม่นี้!!
วงค์ ตาวัน