ดังที่กล่าวกันว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ มีความสำคัญอย่างมากๆ เป็นวันที่เราได้ใช้สิทธิ์เพื่อเลือกสส.และเลือกพรรคการเมือง ให้เข้าสู่สภา และเพื่อจัดตั้งรัฐบาล

รวมทั้งยังเป็นวันกาบัตรใบที่สาม ลงประชามติ เห็นควรให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่!?!

อย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ กำหนดกฎกติกาทุกอย่าง

โดยฉบับปี 2560 นี้ เขียนในยุครัฐบาลทหารคสช. ก็ชัดเจนว่าทำให้สังคมไทยถอยหลังเช่นไร

อีกทั้งการลงมติประชามติรองรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 เหมือนประชามติมัดมือชก

ดังนั้นการลงประชามติว่าควรแก้ไขหรือไม่ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จึงเหมือนวันแก้มือ เป็นโอกาสของผู้รักเสรีภาพ ที่จะต้องเอาคืน แก้ไขความผิดพลาดที่เกิดเมื่อ 10 ปีที่แล้ว!!

ย้อนไปเมื่อวันทำประชามติ 7 สิงหาคม 2559 ซึ่งวันนั้นการปกครองอยู่ในมือรัฐบาลทหารคสช. ฝ่ายที่ออกมารณรงค์ข้อเสียของร่างรัฐธรรมนูญ โดนจับกุมระนาว

ทำให้สังคมถูกปิดหูปิดตา ได้ฟังแต่ข้อมูลด้านเชียร์

แถมตอนนั้น มีการสร้างกระแส “รับๆ ไปก่อน ค่อยแก้ทีหลัง” อ้างว่าเพื่อไม่ให้วุ่นวาย จะได้เลือกตั้งกันเร็วๆ!

มาหนนี้ เมื่อได้เห็นกันแล้วว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ก่อปัญหามากมาย แค่เรื่องอำนาจและที่มาขององค์กรอิสระ ของสว. ก็กระจ่างชัดแล้ว

ในแง่คนที่รักประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ ต้องไม่ปล่อยให้โอกาสนี้ หลุดลอยไป!!

แต่ก็น่าสนใจว่า ประชามติเมื่อปี 2559 นั้น แม้คะแนนรวมจะเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ แต่หลายพื้นที่แสดงการไม่ยอมรับอย่างชัดแจ้ง

เช่น 3 จังหวัดใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส มติท่วมท้น ไม่เห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ รวมทั้งหลายจังหวัดภาคเหนือ และภาคอีสาน

มีคำอธิบายว่า ประชาชนแนวเสรีนิยม ต้องการสังคมที่ก้าวหน้า จะปฏิเสธรัฐธรรมนูญที่เขียนในยุคอำนาจทหาร ส่วนประชาชนฝ่ายอนุรักษนิยมการเมืองคงรักรัฐธรรมนูญฉบับนี้

เพียงแต่มติเมื่อปี 2559 กระทำภายใต้การควบคุมและบิดเบือน ทำให้ประชาชนอีกส่วนมองว่า ควรรับๆ ไปก่อน แล้วไปแก้ทีหลัง!?

กล่าวกันว่า เสียงของผู้คนฝ่ายเสรีนิยม ซึ่งน่าจะเลือกสส.เลือกพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย น่าจะมีแนวโน้มลงประชามติเห็นชอบให้แก้รัฐธรรมนูญด้วย

ย้อนดูผลการเลือกตั้งปี 2562 หลังจากเริ่มใช้รัฐธรรมนูญนี้ พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ได้เสียงสส.มากที่สุด 136 เสียง ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ของคณะทหารคสช. ได้ 116 เสียง

ถัดมาเลือกตั้งปี 2566 พรรคส้มชนะเลือกตั้งได้ 151 เสียง ส่วนพรรคแดงมาที่ 2 ได้ 141 เสียง ส่วนพรรคฝ่ายอนุรักษนิยมการเมือง ต่ำกว่า 100

ขณะที่ 3 จังหวัดใต้ ที่เคยมีมติหนักแน่นเมื่อปี 2559 ไม่รับรัฐธรรมนูญนี้ เลือก “พรรคประชาชาติ” เป็นสส.โดยส่วนใหญ่!

เสียงของประชาชน ในวันเดินเข้าคูหากาบัตร 3 ใบในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จึงน่าสนใจ

ย้อนดูการเลือกตั้งนับจากประชาชนตื่นตัวกับประชาธิปไตยกินได้ ผลเลือกตั้งจะเทเสียงให้พรรคฝ่ายเสรีนิยมชนะเหนือพรรคอนุรักษนิยมมาตลอด!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน