ราคาทองคำที่พุ่งทะยานไปเรื่อยแบบยั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ จนขึ้นไปอยู่ในระดับเกินกว่าบาทละ 70,000 บาท บางจังหวะก็ไปถึง 80,000 บาทแล้ว อาจจะผันผวนขึ้นๆ ลงๆ บ้าง แต่ก็ถือว่าราคาสูงเป็นอย่างมาก

มองในแง่ภัยอาชญากรรม เป็นสัญญาณเตือนว่า คดีชิงทอง ปล้นร้านทอง จะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น!?

อย่างเหตุล่าสุด ที่มีความสลับซับซ้อนหลายอย่าง กรณีคนร้ายบุกร้านทองชื่อดัง ภายในห้างสรรพสินค้า ย่านสุขุมวิท 50 เมื่อกลางดึกวันที่ 30 มกราคม

ทั้งกลวิธีในการก่อเหตุ ซึ่งมีภาพวงจรปิดเห็นอย่างละเอียด ทั้งจำนวนทองที่คนร้ายชิงไป มีน้ำหนักถึง 198 บาท เทียบกับราคาในช่วงนี้ ก็มีมูลค่าถึง 15 ล้านบาท

จึงเป็นคดีที่คนในสังคมสนใจกันมาก รับยุคทองราคาสูงลิบ!

ยิ่งแผนก่อเหตุนั้น แฝงตัวอยู่ในห้างจนกระทั่งร้านทองปิดบริการ แล้วมุดตัวเข้าไปในร้าน ซึ่งประตูหน้ายังปิดไม่สนิท เพราะเป็นช่วงที่พนักงานกำลังตรวจนับทอง

โดยใช้อาวุธข่มขู่พนักงาน และกวาดทองไปมากมาย ก่อนหลบหนีไป

เป็นคดีที่ตำรวจและเจ้าของร้านทองทั้งหลาย ต้องนำมาวิเคราะห์และวางแผนป้องกัน

รับภัยโจรในยุคตื่นทอง!!

คาดหมายได้ว่า จากนี้ไปแฟชั่นบุกร้านทองจะต้องระบาด เป็นไปตามทฤษฎีอาชญากรรม

เมื่อคนหน้ามืดตามัวจากเศรษฐกิจตกต่ำ เห็นคนที่ก่อเหตุรายหนึ่งก็จะเลียนแบบตาม ยิ่งมีราคาทองที่พุ่งทะยานยั่วยวน จึงเป็นภัยในสังคมยุคนี้ ต้องป้องกันให้ดี!

ตำรวจทุกท้องที่ซึ่งมีร้านทองเปิดบริการอยู่ ต้องออกแผนออกคำสั่งกันเป็นพิเศษแล้ว

ร้านค้าทองตามจังหวัดชายแดน ยิ่งต้องระวัง โจรข้ามแดนคงกำลังจ้องก่อเหตุอยู่

ขณะเดียวกัน คงไม่แค่เจ้าของกิจการร้านทองเท่านั้นที่ต้องระวังป้องกันเข้มข้น

ประชาชนทั่วไปก็ต้องรู้ว่าช่วงแบบนี้ต้องไม่ทำตัวเป็นตู้ทองเคลื่อนที่!?!

ไม่สวมสร้อยคอเส้นโตๆ โชว์หรา สร้อยข้อมือที่ล่อตา แหวนทอง ต่างหูอะไรเหล่านี้

การจี้ชิงฉกชิงวิ่งราว ภัยอาชญากรในช่วงที่ทองคำราคาแบบนี้ มีโอกาสเกิดได้ตลอดเวลา

กระนั้นก็ตาม ในสถานการณ์ราคาทองล่อตาล่อใจเหล่าอาชญากร ถ้ารู้ทัน ป้องกันดีๆ ก็แก้ไขคลี่คลายได้!

ถ้าตำรวจมีมาตรการสกัดกั้นดีๆ ทุกเจ้าของกิจการระมัดระวังดีๆ ชาวบ้านไม่ใส่โชว์จนเตะตา

รวมทั้งโจรที่ก่อเหตุปล้นทอง ต้องโดนจับกุมมาดำเนินคดีให้เป็นตัวอย่าง

เหล่านี้จะช่วยหยุดยั้งภัยอาชญากรรมช่วงตื่นทองราคาพุ่งได้!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน