การจับมือร่วมรัฐบาลระหว่างภูมิใจไทยกับเพื่อไทย ทำเอากองเชียร์ของทั้งสองฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์กันอื้ออึง มีทั้งยอมรับได้และไม่ยอมรับ ด้วยความที่ 2 พรรคนี้เพิ่งต่อสู้ห้ำหั่นกันมาอย่างดุเดือด

เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้เป็นเสียงสนับสนุนของทั้งสองพรรคจะมีมุมมองต่างกัน ส่วนหนึ่งฝังใจในความขัดแย้งแตกหัก แต่อีกส่วนก็มองว่า มีความจำเป็นที่ทั้งสองพรรคต้องร่วมมือกัน เพื่อทำงาน เพื่อให้รัฐบาลเดินหน้า

เอาเข้าจริงๆ พรรคภูมิใจไทยแม้เป็นอันดับ 1 มี 193 เสียง ค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่เด็ดขาดพอจะตั้งรัฐบาลเอง!?!

ต้องเป็นรัฐบาลผสม

แต่พรรคอันดับ 2 พรรคประชาชน ที่มี 118 เสียง ยืนยันหนักแน่นว่าขอเป็นฝ่ายค้าน อีกทั้งโดยจุดอนุรักษนิยมการเมืองของสีน้ำเงิน ก็คงไม่ร่วมกับพรรคส้มแน่ๆ

ดังนั้นต้องเลือกเพื่อไทย พรรคอันดับ 3 มี 74 เสียง อย่างเลี่ยงไม่ได้!

อีกทั้งพรรคอันดับ 4 กล้าธรรม ที่มี 58 เสียงนั้น แม้จะเป็นแนวร่วมกันตอนตั้งรัฐบาลหลังล้มเพื่อไทย แต่ความที่มีฤทธิ์รอบด้าน ทำให้ภูมิใจไทยไม่ไว้วางใจพอ จำเป็นต้องดึงเพื่อไทยที่มีเสียงมากกว่าเข้ามาร่วมก่อน

เพื่อถ่วงและกดดันกล้าธรรม

อีกทั้งมีเงื่อนไขที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้นำพรรคน้ำเงิน ต้องเจรจากับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้นำพรรคสีเขียว มีหลายข้อ จึงจำเป็นต้อง“กด”ให้ได้ก่อนคุย!

ไม่ว่าจะเป็นโควตากระทรวงหลัก ที่ธรรมนัสไปประกาศเอาไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าประเด็นต้องป้องกันการร้องจริยธรรม อะไรเหล่านี้

เช่นนี้แล้ว เพื่อไทยจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ที่ภูมิใจไทยต้องเลือกก่อน!!

คำกล่าวของนายอนุทิน ในวันที่เชิญแกนนำเพื่อไทยมาร่วมพูดคุย

จึงต้องใช้คำว่า ให้ลืมเรื่องบาดหมางในอดีตและหันมาทำงานร่วมกันในฐานะรัฐบาลเดียวกัน

ถ้าแปลเป็นคำที่คุ้นหูก็คือ การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร!

ถึงนาทีนี้ชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลนายอนุทิน จะมีเพื่อไทยเข้าร่วม เป็นพรรคอันดับ 2 ในรัฐบาล

ส่วนอันดับ 3 ของรัฐบาลคือกล้าธรรมนั้น ยังขึ้นกับผลการเจรจา

กล่าวสำหรับเพื่อไทยแล้ว ผลการเลือกตั้งที่ได้ไม่ถึงร้อยเสียง เป็นรองภูมิใจไทยและพรรคส้ม ก็คงไม่มีทางเลือกมากนัก

การเข้าร่วมรัฐบาลคงหวังได้กระทรวงที่เหมาะสม เพื่อทำผลงาน เอานโยบายที่หาเสียงไว้มาปฏิบัติให้ได้

ที่สำคัญต้องให้อาจารย์เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่ชาวบ้านต้อนรับอย่างมากในระหว่างหาเสียง ได้มีโอกาสทำงานเพื่อให้มีผลงานปรากฏเป็นรูปธรรม!!

เพื่อเป็นเครดิตในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า

บทสรุปสำหรับน้ำเงินและแดง แม้ว่าจะรบราฆ่าฟันกันมาหมาดๆ แต่ผลเลือกตั้งทำให้ต้องหันมาหาสัจธรรม “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” นั่นเอง!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน