แม้จะเป็นการให้สัมภาษณ์อย่างระมัดระวัง ไม่เปิดเผยข้อมูลวงในการจัดตั้งรัฐบาลอะไรมากนัก แต่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ก็ยอมรับถึงความคืบหน้าในการพูดคุยเจรจาซึ่งเหมือนจะลงตัวเรียบร้อยแล้ว
โดยนักข่าวถามถึงกระแสข่าว ดีลการเมืองตั้งรัฐบาลจบแล้วใช่หรือไม่
คำตอบจากนายพิพัฒน์ก็คือ น่าจะเป็นอย่างนั้น ตามข่าวที่สื่อมวลชนเสนอก็ใกล้เคียงมาก!
ข่าวดังกล่าวก็คงเป็นดังที่ผู้อ่านได้เห็นกันไปแล้ว ที่ระบุว่า ดีลตั้งรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล จบเรียบร้อยแล้ว เป็นรัฐบาล 300 เสียง มีพรรคการเมืองเข้าร่วม 2 พรรคหลักคือ ภูมิใจไทยและเพื่อไทย บวกกับพรรคเล็กๆ แทบทั้งหมด
ประกอบด้วย 193 เสียง บวก 74 เสียง และพรรคเล็กทั้งหมดรวม 33 เสียง
สำหรับกล้าธรรม ต้องพ้นจากวงจรรัฐบาล ไปเป็นฝ่ายค้านร่วมกับพรรคประชาชนและประชาธิปัตย์ กับพรรครวมไทยสร้างชาติอีก 2 เสียง
ข่าวนี้แหละที่นายพิพัฒน์ยอมรับว่าใกล้เคียงความจริงมาก
เมื่อถามถึงวันเวลารัฐบาลชุดใหม่เข้าทำงานก่อนสงกรานต์ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ตอบว่า ต้องได้ เพราะวันนี้ประเทศไทยรอไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างรอรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อน เรื่องเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การเมืองโลกที่ตึงเครียด เพราะฉะนั้นต้องพยายามตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด
ฟังแล้วก็ชัดเจนว่า รัฐบาลใหม่คงพร้อมเข้าทำงานก่อนสงกรานต์นี้!
แสดงว่าพรรคภูมิใจไทยมั่นใจอย่างมากว่า ขั้นตอนการรับรองผลการเลือกสส. จะเสร็จสิ้นในเวลาอีกไม่นานนัก
เพื่อให้สภาผู้แทนฯ ชุดใหม่ เปิดม่านเปิดประชุมเพื่อโหวตนายกฯ คนใหม่ได้ น่าจะไม่เกินเดือนมีนาคมนี้
ขณะที่สูตรการจัดครม. ที่ระบุว่าดีลจบแล้วนั้น พรรคภูมิใจไทยจะดูแลกระทรวงเศรษฐกิจและความมั่นคงทั้งหมด โดยเฉพาะมหาดไทยและกลาโหม
รวมทั้งมี 5 คนนอก
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ด้านต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ด้านพาณิชย์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ด้านการคลัง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ดูแลเรื่องกฎหมาย และกระทรวงพลังงาน ที่เป็นคนนอก
ส่วนเพื่อไทย ซึ่งเป็นเบอร์ 2 ในรัฐบาล ในเบื้องต้นจะได้ 5 กระทรวง
กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงพม.
นี่คือภาพรวมที่ระบุว่า ดีลรัฐบาลจบแล้ว!!
แต่เอาเข้าจริงๆ ก็คงต้องลุ้นกันด้วยว่า ผลการเลือกตั้งสส.ที่กกต.ก่อเรื่องเละเทะนั้น จะรอดได้จริงหรือไม่
เพราะการฟ้องร้องเพื่อนับใหม่ เพื่อเลือกตั้งใหม่ ยังต้องรอการชี้ขาดจากศาล
เพียงแต่ระหว่างรอว่าการเลือกตั้งจะโมฆะหรือเดินต่อไปได้นั้น
เราก็ได้เห็นล่วงหน้าก่อนแล้วว่า หน้าตารัฐบาลและฝ่ายค้านเป็นเช่นนี้เอง!
วงค์ ตาวัน