รัฐบาลนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เรียกประชุมฝ่ายความมั่นคง เพื่อรับมือสถานการณ์สงครามสหรัฐ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน ซึ่งเป็นสงครามระดับโลกจริงๆ ขยายวงสู้รบยิงถล่มไปในหลายๆ ประเทศ ส่งผลกระทบรุนแรงไปทั่ว
มีมาตรการรับมือทั้งด้านพลังงาน ซึ่งจะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง และอาจจะขาดแคลนได้ จึงต้องงดการส่งออกน้ำมัน เน้นการใช้ภายในประเทศ
เร่งรับมือเศรษฐกิจที่จะทรุดไปทั้งโลก มีผลต่อปัญหาปากท้องของประชาชนคนไทยอย่างแน่นอน!
ส่วนในด้านความมั่นคงนั้น ต้องควบคุมป้องกัน 3 สถานทูต ที่เกี่ยวพันกับสงคราม ทั้งสถานทูตสหรัฐ สถานทูตอิสราเอล และสถานทูตอิหร่าน
รวมทั้งนักท่องเที่ยวทั้ง 3 ชาตินี้ รวมกลุ่มท่องเที่ยวที่ไหน พำนักที่ไหน ต้องป้องกันกันให้ดี
ตอนนี้เราก็ได้เห็นพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. จัดกำลังสายตรวจ ตั้งด่านตรวจ ตามสถานทูตเป้าหมายอย่างเข้มข้น จัดกำลังดูแลแหล่งท่องเที่ยวต่างชาติในเมืองกรุง!!
ขณะที่ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ตำรวจท่องเที่ยว จัดกำลังสอดส่องตามแหล่งรวมนักท่องเที่ยว 3 ชาติเป้าหมายในทุกพื้นที่ทั่วประเทศแล้ว
รวมถึง พล.ต.ท.ยสวินท์ หรรษมนตร์ ผบช.สันติบาล ต้องสืบสวนหาข่าว การก่อการร้ายอย่างเข้มข้น
โดยมีพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคง ลงมาวางแผนสั่งการด้วยตัวเอง!
การป้องกันสถานทูตและป้องกันก่อการร้ายข้ามชาติลอบเข้ามาก่อเหตุ เป็นเรื่องประมาทไม่ได้เป็นอันขาด
ย้อนดูอดีตที่ผ่านมา ไทยเราเคยโดนลอบวางระเบิดโดยฝีมือก่อการร้ายสากล เพื่อเล่นงานชาติคู่ขัดแย้งมาแล้วหลายหน!!
ที่ไม่น่าเชื่อ เคยมีเหตุรถบรรทุกเฉี่ยวชนกับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ย่านชิดลม แต่คนขับเป็นชาวตะวันออกกลางพูดไม่รู้เรื่อง สุดท้ายเผ่นหนี
แล้วมาพบในภายหลังว่า รถคันนั้นบรรทุกดินระเบิดซีโฟร์ไว้เต็มอัตรา ต่อวงจรพร้อมทำงาน ทิศทางมุ่งหน้าสถานทูตสหรัฐหรือไม่ก็อิสราเอลนี่แหละ
กทม.รอดพ้นวินาศกรรมด้วยคาร์บอมบ์ร้ายแรงได้อย่างเหลือเชื่อ!!
หรือล่าสุด วางระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ แยกราชประสงค์ เมื่อสิงหาคม 2558 ท่ามกลางนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไหว้ศาลแน่นขนัด
ตายไป 20 ศพ บาดเจ็บนับร้อย
ตำรวจจับกุมได้เป็นฝีมือชาวอุยกูร์ มุ่งสังหารนักท่องเที่ยวชาวจีน
นี่เป็นแค่ตัวอย่างไม่กี่เหตุ โดยข้อเท็จจริงแล้วมีมากมาย หยิบยกมาเพื่อเตือนว่า ต้องป้องกันเข้มงวดจริงๆ
เพราะไทยเราเป็นเมืองเปิด มีโอกาสที่นักก่อการร้าย จะเล็ดลอดเข้ามาเพื่อก่อเหตุร้ายต่อชาติคู่ขัดแย้ง!?
ขณะที่สงครามสู้รบล่าสุดนี้ ไทยเราไม่ใช่คู่กรณี แต่ความรุนแรง ความโกรธแค้น อาจทำให้เกิดการล้างแค้นในพื้นที่ไหนก็ได้
รวมทั้งในบ้านเรา ซึ่งฝ่ายความมั่นคงและตำรวจต้องป้องกันอย่างเข้มข้นที่สุด!!
วงค์ ตาวัน