ความจริงขั้นตอนจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการนั้น ยังต้องรอการโหวตนายกรัฐมนตรีในสภาเสียก่อน ซึ่งคาดว่าน่าจะประมาณวันที่ 19 มีนาคม

เพียงแต่การฟอร์มครม. เริ่มเดินหน้าไปมากมายพอสมควรแล้ว ชัดเจนว่าจะเป็นครม.พรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก

แบ่งโควตากันไปแล้ว พรรคไหนได้กระทรวงไหน

แต่ถึงอย่างไร รัฐบาลอย่างเป็นทางการก็ยังต้องรอการโหวตเห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีเสียก่อน

ขั้นตอนอย่างเป็นทางการยังไปไม่ถึงไหน จึงไม่ควรรีบร้อนทำอะไรที่จะทำให้รัฐบาลใหม่ต้องดูเสียหาย

ยังไม่ทันโหวตนายกฯ ไม่ควรผลีผลาม ล้มคดีความต่างๆ อย่างเช่น คดีฮั้วสว.ที่กำลังเป็นประเด็นในขณะนี้!?!

เดิมทีมีคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 ซึ่งคณะทำงานร่วมกันระหว่างกกต.กับดีเอสไอ รวบรวมพยานหลักฐานในคดีฮั้วสว.

ต่อมาคณะสืบสวนไต่สวนชุด 26 มีมติตามพยานหลักฐาน สรุปผู้กระทำผิดทั้งหมด 229 คน

แบ่งเป็นสว.ที่ทำหน้าที่อยู่ขณะนี้ 138 ราย และมีผู้บริหารพรรคการเมือง สส. อีก 91 ราย!

สรุปตั้งนานแล้ว แต่กกต.ชุดใหญ่ยังไม่ยอมชี้และส่งศาลฎีกา ท่ามกลางเสียงทวงถามดังระงม แต่ก็ยังเฉื่อยชา

จนมาเฉลยภายหลังว่า ที่แท้กกต.ชุดใหญ่ ใช้วิธีตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ขึ้นมา เพื่อพลิกสำนวนใหม่!?!

แล้วมาล่าสุด คณะที่ 36 ที่ตั้งมาเพื่อวินิจฉัยข้อโต้แย้งสำนวนของคณะกรรมการชุด 26 ก็แผลงฤทธิ์

จะเรียกว่าล้มกระดาน คว่ำกระดานก็ว่าได้

ลงมติ 5 ต่อ 2 ว่าทั้ง 229 รายไม่มีความผิด ปล่อยผีทั้งหมด

แบบนี้ต้องเรียกว่า เป็นมติเพื่อล้มคดีฮั้วสว.อย่างโจ่งแจ้ง!!

เป็นไปได้อย่างไร คณะสืบสวนไต่สวน สรุปสำนวนพยานหลักฐานใช้เวลาไม่น้อย ชี้ว่าผู้กระทำผิดมีถึง 229 ราย

แต่มาตั้งชุด 36 ขึ้นมาวินิจฉัย แล้วสรุปว่า ทั้ง 229 ราย สะอาดบริสุทธิ์หมดทุกคน

โจ๋งครึ่ม และท้าทายอย่างที่สุด!!

ต้องไม่ลืมว่า คดีฮั้วสว.นี้ หมายถึงสว.สีน้ำเงิน และพรรคการเมืองที่ถูกกล่าวหาหมายถึงพรรคไหน นี่ยังไม่ทันโหวตนายกฯ เลย ก็โชว์ฟอร์มจะล้มคดีกันเสียแล้ว

เรื่องนี้ยังต้องรอการตัดสินชี้ขาดจากกกต.ชุดใหญ่ ต้องไตร่ตรองกันให้ดี

อย่าทำให้การเริ่มต้นรัฐบาลใหม่ ต้องเกิดประเด็นทำให้เสื่อมและเสียหายเลย!?

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน