น่าเป็นห่วงรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งก็คือเป็นห่วงปากท้องของประชาชนคนไทยทั้งหลาย เมื่อสถานการณ์สงครามสหรัฐ-อิสราเอล รบกับอิหร่าน บานปลายหนัก จนเกิดวิกฤตพลังงานน้ำมัน กระทบถึงค่าครองชีพอย่างรุนแรง
รัฐบาลอนุทินที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศก็ต้องมาเจอกับภาวะสงครามระดับโลก ที่ฉุดเศรษฐกิจของทั้งโลกและของบ้านเราอย่างหนักหนาสาหัส!?
โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ที่อุตส่าห์เอาคนนอกภาพพจน์ดีๆ เข้ามาร่วมรัฐบาล ดึงคะแนนชั้นกลางให้พรรคภูมิใจไทยได้เป็นอย่างดี
แต่พอมาเจอวิกฤตสงครามใหญ่เช่นนี้ ต้องใช้ความสามารถในการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ ต้องฝีมือขั้นเทพ ระดับมืออาชีพรองๆ จึงจะพอไหว
ไม่ใช่มือสมัครเล่น แค่พูดเก่ง แต่ในทางปฏิบัติยังน่าสงสัยอะไรแบบนั้น
พอจะประเมินได้ว่า ไม่ใช่งานง่าย และทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลภูมิใจไทย ไม่น่าจะแก้ไขสถานการณ์นี้ได้อย่างไหลลื่น!!
ทั้งที่ผลเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ด้วยกระแสฝ่ายขวา ด้วยกระแสชาตินิยมสงคราม และด้วยกลไกรัฐเพียบพร้อมทุกด้าน
ทำให้ภูมิใจไทย ประสบความสำเร็จอย่างสูง ในแง่จำนวนสส.
เหมือนจะไปได้ดีอย่างมากๆ แต่แล้วจู่ๆ ก็มาเกิดสงครามรุนแรง สั่นสะเทือนไปทั้งโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาด้านน้ำมันและพลังงาน!?
ภาพสวยงามเบื้องหน้ารัฐบาลภูมิใจไทย ก็สูญสลายไปทันที
จะหาแหล่งน้ำมันมาทดแทนไม่ให้ขาดแคลนได้อย่างไร จะคุมราคาน้ำมันได้อย่างไร จะรับมือกับผลกระทบต่อชีวิตปากท้องประชาชนคนไทยได้ดีขนาดไหน!??
จะบอกว่าเป็นโชคร้ายในโชคดีของรัฐบาลอนุทินก็ว่าได้
เศรษฐกิจค่าครองชีพของประชาชนคนไทย จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ที่ท้าทายคะแนนนิยมของรัฐบาลภูมิใจไทย ตั้งแต่ย่างก้าวแรก
ดังนั้นระดับฝีมือทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลอนุทิน จะได้พิสูจน์กันในวิกฤตครั้งนี้
ว่าเก่งจริง หรือแค่พูดจาหรูหราถูกจริตชนชั้นกลางและชาวไฮโซเท่านั้น!?!
ไม่ว่าจะเป็นนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีพาณิชย์ รวมทั้งนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีพลังงาน
จะมีความสามารถในทางปฏิบัติ เห็นผลอย่างทันทีทันใด
จะดูแลค่าครองชีพประชาชน ในสถานการณ์เศรษฐกิจตกต่ำดำดิ่งขนาดนี้ได้หรือไม่
จึงกล่าวได้ว่า รัฐบาลอนุทินเหมือนจะโชคดี ในสถานการณ์เลือกตั้ง ได้ทุกสิ่งทุกอย่างมาพร้อมสรรพ!
แต่จู่ๆ ก็มาเจอสงคราม ปัญหาน้ำมัน ฉุดเศรษฐกิจรุนแรง กระทบปากท้องประชาชนขนาดนี้
น่าเป็นห่วงจริงๆ ว่า จะรับมือไหวไหม!?!
วงค์ ตาวัน