จะเป็นอีกวันสำคัญ ในหน้าบันทึกการเมืองไทย โดยวันที่ 19 มีนาคมนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ด้วยผลจากการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสภาผู้แทนฯ จะประชุมเพื่อโหวตเห็นชอบ ซึ่งเสียงคงจะท่วมท้น เนื่องจากสส.ฝ่ายรัฐบาลมีอยู่ในมือถึง 291 เสียง

นายอนุทิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ซึ่งการเข้านั่งเก้าอี้อีกสมัยนี้ เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยปกติ เมื่อภูมิใจไทยชนะเป็นพรรคอันดับ 1 มีความชอบธรรมที่จะเป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล และเป็นนายกรัฐมนตรี

ต่างจากการเป็นนายกฯ หนแรก ซึ่งเป็นการเมืองไม่ปกติ!?!

เมื่อพรรคอันดับ 1 ขณะนั้นคือ พรรคประชาชน เทเสียงให้พรรคอันดับ 3 ซึ่งมี 70 เสียงได้เป็นนายกฯ ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งยังเป็นปมปัญหาทางการเมือง เป็นประเด็นที่ยังวิจารณ์กันไม่จบ

แต่เมื่อภูมิใจไทยเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้งล่าสุด การเป็นนายกฯ คราวนี้จึงเป็นไปตามการเมืองปกติ

เพียงแต่ที่ไม่ปกติ คือสถานการณ์การเมืองโลก เกิดสงครามรุนแรง กระทบพลังงานน้ำมันเต็มๆ ส่งผลต่อประเทศไทย ต้อนรับรัฐบาลใหม่อย่างโหดหินที่สุด!!

ในการจัดแบ่งกระทรวงรัฐบาลใหม่ ระหว่างภูมิใจไทยกับเพื่อไทย 2 พรรคหลัก

ดังที่รู้กันว่า เพื่อไทยนั้นได้ กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงศึกษาฯ กระทรวงอว. กระทรวงแรงงาน และกระทรวงพม. เน้นด้านชาวนาชาวไร่ ด้านสังคม การศึกษา

ส่วนกระทรวงเศรษฐกิจอยู่กับภูมิใจไทยทั้งหมด!

พอเจอภาวะสงครามสหรัฐ-อิหร่าน งานหนักมาตกที่ภูมิใจไทยล้วนๆ

ต้องหาแหล่งน้ำมันไม่ให้ขาดแคลน คุมราคาพลังงานไม่ให้พุ่งแรง สินค้าค่าครองชีพจะไม่ทำให้ชาวบ้านร้องจ๊าก ทั้งต้องกระตุ้นการค้าขายปากท้องชาวบ้าน!?

ดีใจกับชัยชนะการเลือกตั้ง ไม่ทันไรก็ต้องมาหนักใจกับปัญหาใหญ่มหึมาเบื้องหน้า

เดิมพันคะแนนนิยมของรัฐบาลอนุทิน และทีมเศรษฐกิจซึ่งส่วนใหญ่ชื่อดีหน้าตาดีมาจากคนนอก

เมื่อได้รับเสียงจากประชาชนเลือกเข้ามาท่วมท้นกว่าทุกพรรค

แต่จะกลายเป็นความผิดหวังของชาวบ้านอย่างกว้างขวางหรือไม่ ต้องพิสูจน์กัน!!?

อันที่จริงโดยเสียงของพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมรัฐบาล รวมทั้งฐานสนับสนุนเป็นกำแพงอันหนาแน่นอยู่ข้างหลัง เชื่อได้ว่ารัฐบาลอนุทินน่าจะอยู่ครบเทอมสบายๆ

แถมแว่วๆ ว่า จะเป็นนายกฯ เป็นรัฐบาลถึง 8 ปีอีกด้วย

แต่ทั้งหลายทั้งปวง ต้องได้รับความยอมรับของชาวบ้านด้วย ทั้งด้านชีวิตความเป็นอยู่ ยุติธรรมที่ไม่ 2 มาตรฐาน และสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตย

จะแข็งแกร่งด้วยฐานอำนาจสนับสนุนด้านเดียวคงไม่พอ!

น่าคิดว่า กำลังจะเข้ามาเป็นรัฐบาล ก็ดันมาเกิดสงครามเขย่าโลก เขย่าเศรษฐกิจแสนสาหัส

เจองานหนักต้องพิสูจน์ความสามารถจริงใจตั้งแต่นาทีแรกของนายกฯ ใหม่เลยทีเดียว!?

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน