มีข้อวิเคราะห์วิจารณ์ถึงสถานการณ์ภายในพรรคประชาชาติว่ามีการแตกแยกแตกขั้ว เนื่องจากกรณีพรรคภูมิใจไทย ดึงประชาชาติให้เข้าร่วมในรัฐบาล โดยทาบทามผ่านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ผู้อาวุโสของพรรค
เพราะคงไม่สามารถทาบทามผ่านพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคได้ เนื่องจากเป็นอดีตรัฐมนตรียุติธรรมทำคดีฮั้วสว.และคดีเขากระโดง!?
ด้วยท่าทีของนายวันนอร์และนายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรค ซึ่งผลักดันให้เข้าร่วม ส่วนพ.ต.อ.ทวี อึดอัดอย่างมาก จึงนำมาสู่ข่าวแตกแยก
อย่างไรก็ตามด้วยการใช้มติของที่ประชุมพรรค ทำให้พ.ต.อ.ทวียอมรับแนวทางเข้าร่วมรัฐบาล แม้จะลำบากใจ แต่ก็ต้องรักษาความเป็นพรรคเอาไว้
ดูแล้วขัดแย้งกันจริง แต่ลงเอยยึดถือตามมติ และเคารพการตัดสินใจร่วม
ที่ชัดเจนก็คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เชิญนายวันนอร์มาหารือที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมกับเชิญให้มาเป็นประธานที่ปรึกษานายกฯ!
ล่าสุดนายอนุทินก็โพสต์ขอบคุณ ที่นายวันนอร์ตอบรับตำแหน่งประธานที่ปรึกษานายกฯ
ชัดเจนว่ามีข้อตกลงที่แน่นอน
ในวันที่สภาลงมติโหวตอนุทินเป็นนายกฯ ก็ได้รับเสียงหนุนจากประชาชาติ ครบทั้ง 5 สส.
แม้ว่าพ.ต.อ.ทวีจะลุกขึ้นเอ่ยชื่อนายอนุทิน แต่ก็ยังมีท่าทีเขินๆ เสียงเครือๆ ไม่เอ่ยนามสกุล
หลังจากนั้นพ.ต.อ.ทวีเปิดเผยกับสื่อว่า โหวตตามมติพรรค แต่ไม่ใช่การฟอกขาวในเรื่องคดี กระบวนการยุติธรรมต้องเดินหน้า ไม่มีการแทรกแซง!!
นี่คงเป็นเงื่อนไขส่วนตัวจากพ.ต.อ.ทวี
แต่แน่นอนด้วยความที่ยังเคารพในนายวันนอร์ผู้อาวุโส และรักษาพรรคไม่ให้แตก ทำให้ประชาชาติยังเดินหน้าทำงานต่อไป
โดยเฉพาะในวิกฤตน้ำมัน ได้เห็นพ.ต.อ.ทวีและสส.พรรคยังทำหน้าที่อภิปรายในสภาอย่างเข้มข้น สะท้อนปัญหาของประชาชน
นอกจากนี้ก่อนประชุมสภา 1 วัน ได้เห็นการประชุมพรรคประชาชาติ เพื่อเตรียมแนวทางในการอภิปราย
โดยมีนายวันนอร์และพ.ต.อ.ทวี ร่วมนำการประชุม ลบกระแสข่าว เดินคนละทาง!!
อีกทั้งพรรคประชาชาติยังมีวาระสำคัญ คือ ร่วมให้กำลังใจนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส ที่ถูกปองร้ายด้วยทีมมือปืนอาวุธสงคราม
ทั้งผลักดันให้รัฐบาลและตำรวจ เร่งจับกุมคนก่อเหตุและคนบงการ
โดยขณะนี้มีแค่ 2 เหตุ คือ คนเสียประโยชน์จากผลการเลือกตั้งและการทำหน้าที่ทนายสิทธิมนุษยชนของนายกมลศักดิ์
เอาเป็นว่าประชาชาติก็ยังทำหน้าที่ชัดเจน ในเรื่องวิกฤตน้ำมัน และตามจี้คดีสส.ถูกไล่ล่า
ที่สำคัญยังเห็นภาพวันนอร์-ทวี เคียงข้างกันเหนียวแน่น สยบข่าวลือ!!
วงค์ ตาวัน