ทฤษฎีการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีข้อสรุปเอาไว้ตั้งแต่อดีตยาวนาน มาจนถึงยุคปัจจุบันนี้ก็ยังใช้ได้ดี ระบุว่าทุกอาชญากรรม ย่อมทิ้งร่องรอยไว้เสมอ อยู่ที่ว่าผู้สืบสวนสอบสวนจะหาร่องรอยหลักฐานนั้นพบหรือไม่

กล่าวสำหรับสังคมยุคปัจจุบัน ที่พัฒนาก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี มีกล้องวงจรปิดอยู่แทบทุกมุมเมือง

มีการแกะรอยในระบบดิจิทัล รู้จากเครื่องมือทันสมัยไฮเทคที่อยู่ในการครอบครองของทุกๆ คน รู้ได้ว่า ใครทำอะไรที่ไหนในเวลาเกิดเหตุ!

จึงกล่าวได้ว่า ในวันนี้ยากที่ใครทำความผิดแล้วจะกลบเกลื่อนเพื่อหลบพ้นได้

ทฤษฎี ทุกอาชญากรรมย่อมทิ้งร่องรอยไว้เสมอ สำหรับยุคไฮเทคเช่นนี้

ทุกอาชญากรรมย่อมมีร่องรอยและโดนติดตามพบได้ไม่ยาก!!

เป็นความจริงที่สุด

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน มีโอกาสที่จะค้นหาร่องรอยนั้นได้ไม่ยาก

ด้วยกล้องวงจรปิด ด้วยการตรวจสอบผ่านระบบดิจิทัล และอื่นๆ อีกมากมาย!

ดังนั้นคดีอุกอาจที่กำลังเกรียวกราวในเวลานี้ คือ คดียิงถล่มไล่ล่าชีวิต สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ

จึงไม่น่าแปลกใจที่ตำรวจผู้สืบสวนสอบสวนจะพบร่องรอยคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว และยิ่งสาวก็ยิ่งลึก ยิ่งพบเงื่อนงำการใช้อำนาจรัฐในทางมิชอบ!?!

รู้ได้ว่า รถที่ทีมมือปืนใช้ในการก่อเหตุยิงถล่มใส่นายกมลศักดิ์ จนทำให้ผู้ติดตามบาดเจ็บสาหัส 2 รายนั้น

เป็นรถในราชการ สังกัดกอ.รมน.

แถมตามไปจนพบว่า มีการสั่งไปยังเจ้าของอู่รถยนต์ใน อ.ตากใบ นราธิวาส ให้ชำแหละและทำลายหลักฐานรถคันนี้

มีการนำชิ้นส่วนสำคัญไปทำลายและโยนทิ้งแม่น้ำด้วย!!

พอรู้ว่าเป็นรถราชการกอ.รมน. ก็สืบสาวต่อไปได้ว่า ใครอนุมัติให้เบิกรถคันนี้ออกมาใช้

ขณะเดียวกัน มีการออกข่าวบิดเบนด้วยว่า รถคันนี้หายไป และแจ้งความกับตำรวจไว้แล้ว

แต่ร่องรอยที่อาชญากรทิ้งเอาไว้ ทำให้มุขไปแจ้งความว่ารถหาย ยิ่งขัดแย้งในตัวเอง

ถ้าคนร้ายขโมยรถหลวงไปใช้จริง แล้วทำไมต้องส่งไปให้อู่ชำแหละ เอาชิ้นส่วนสำคัญโยนทิ้งน้ำ เพื่อทำลายหลักฐานด้วย!?

ถ้าคนร้ายขโมยรถหลวง โดยเจ้าหน้าที่กอ.รมน.ไม่มีใครรู้เรื่องด้วย ก็แค่หลังปฏิบัติการเสร็จ ก็เอารถไปจอดทิ้ง จะต้องส่งให้อู่ไปแยกชิ้นส่วนเพื่อทำลายหลักฐานทำไม

นี่จึงเป็นอีกร่องรอยที่อาชญากรทิ้งเอาไว้ บ่งบอกว่าคนในกอ.รมน.ต้องรู้เห็นแน่นอน ไม่ใช่รถที่โดนขโมยแน่ๆ!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน