หน่วยงานราชการที่น่าสนใจพูดถึง ซึ่งกำลังเป็นประเด็นในขณะนี้ก็คือ กอ.รมน. หรือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยมีการตั้งคำถามมาตลอดว่า ภารกิจคืออะไร ดูคลุมเครือไม่ชัดเจน
แน่นอนว่าก็คือ รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร แต่อดมองไม่ได้ว่า เมื่อมุ่งรักษาความมั่นคงภายใน อีกด้านน่าจะเป็นหน่วยงานที่คอยสอดส่องผู้คนภายในประเทศด้วย
ว่าใครคนไหน เป็นภัยกับความมั่นคงของชาติหรือไม่!?
วันนี้ กอ.รมน.ดันมาเชื่อมโยงกับคดีไล่ล่าชีวิตนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.ประชาชาติ นราธิวาส เพราะรถที่คนร้ายใช้สังกัดกอ.รมน.
ก็เลยเกิดการทบทวนว่า กอ.รมน.คืออะไร กระทบต่อประชาชนคนไทยอย่างไร
ก็คงต้องย้ำว่า กอ.รมน.ทำหน้าที่รักษาความมั่นคงของชาติ แต่อีกด้านก็คงสอดส่องผู้คนในราชอาณาจักร และน่าคิดว่าใช้ทัศนคติอย่างไรในการจับจ้อง!?
ยิ่งถ้าไปย้อนดูจะพบว่า กอ.รมน.เกิดขึ้นในยุคสงครามคอมมิวนิสต์ ในช่วงปี 2508 ที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยประกาศต่อสู้ด้วยอาวุธ เกิดวันเสียงปืนแตก
กอ.รมน.จึงมาพร้อมกับภารกิจ รักษาความมั่นคงในราชอาณาจักรให้พ้นภัยคอมมิวนิสต์
แต่หลังจากคอมมิวนิสต์ไทยปิดฉากลง ยุติการต่อสู้ในช่วงปี 2524-2525 แปลว่าหมดสิ้นปัญหาลัทธิคอมมิวนิสต์แล้ว!
อีกทั้งภาพระดับโลก ลัทธิคอมมิวนิสต์ก็ล่มสลายโดยส่วนใหญ่แล้ว แต่กอ.รมน.ก็ยังอยู่
แสดงว่าภารกิจรักษาความมั่นคงภายในประเทศของกอ.รมน.ยังมีอยู่ มีกลุ่มเป้าหมายใหม่!!
อาจจะเป็นกลุ่มขัดแย้งทางความคิดกับฝ่ายรัฐ
เพราะเป็นที่รู้กันว่ารัฐของเรานั้น ผู้กุมอำนาจคือฝ่ายล้าหลังทางการเมือง ที่เรียกกันว่าฝ่ายอนุรักษนิยมทางการเมือง
ก็มักจะขัดแย้งกับฝ่ายประชาธิปไตยเสรีนิยม กลุ่มเด็กรุ่นใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างสังคม
ปัญหาใน 3 จังหวัดใต้ที่เกิดกลุ่มก่อความไม่สงบ เกิดไฟใต้ มีการเสนอแนวทางแก้ปัญหาคือ สร้างความเป็นธรรมทางการปกครอง ยอมรับความแตกต่างทางเชื้อชาติศาสนา
แต่ในมุมมองของรัฐแนวคิดเดิมๆ จะต้องปราบ ทุกคนต้องเป็นไทย ไม่ยอมให้มีความแตกต่าง
ดังนั้น มีการปราบทั้งทางเปิดเผยและทางลับ
เชื่อว่า กอ.รมน.ต้องมีบทบาทสูงมากในเหตุไฟใต้ เพื่อทำหน้าที่รักษาความมั่นคงภายใน
มีข้อสงสัยของคนในพื้นที่ว่า มีเหตุลอบยิงลอบฆ่า ทั้งโดยฝีมือกลุ่มต่อต้านรัฐ และโดยกองกำลังลึกลับ ที่มุ่งจัดการกับผู้ต้องสงสัยว่าอยู่ตรงข้ามรัฐ!?
จึงต้องย้ำว่า เหตุยิงสส.กมลศักดิ์ ผู้เป็นทนายความสายสิทธิมนุษยชน แล้วมีรถกอ.รมน.เข้ามาเกี่ยว ต้องสะสางให้กระจ่าง
ไม่เช่นนั้นจะยิ่งเพิ่มข้อสงสัยของคนในพื้นที่!?!
วงค์ ตาวัน