กลายเป็นประเด็นวิจารณ์กันทั่วบ้านทั่วเมือง กับคำกล่าวของ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผอ.รมน.ภาค 4 ที่พูดถึงเหตุการณ์ยิงสส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ทำนองปฏิเสธว่าหน่วยงานรัฐไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
“ถ้าผมทำแบบนี้นะ ผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ”
โดยเป็นการแถลงข่าว เพื่อชี้แจงกรณีน.อ.มนตรี โตประเสริฐ นายทหารกอ.รมน.ภาค 4 นำรถราชการไปให้เพื่อนยืม แล้วมีการนำรถไปก่อเหตุยิงสส. ว่าจะต้องโดนลงโทษหนักแน่
แต่คำพูดที่ต้องการปฏิเสธว่า กอ.รมน.ไม่เกี่ยว ด้วยการปิดไมค์ แล้วใช้คำว่า ถ้าผมทำจริง ไม่รอดหรอก
พูดอย่างแข็งกร้าวเช่นนี้ กลายเป็นส่งผลตรงกันข้าม
ยิ่งกระทบกับบรรยากาศการคลี่คลายสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้!!
ขณะเดียวกัน ท่ามกลางข้อสงสัยว่า มีหน่วยลับๆ จัดการกับคนคิดต่าง ซึ่งเป็นเรื่องอึมครึมในพื้นที่ไฟใต้นั้น
หากย้อนดูคดีรุนแรงทางการเมือง แล้วมีเจ้าหน้าที่กอ.รมน.เข้าไปเกี่ยวข้อง เคยมีให้เห็นมาแล้วในอดีต
คดีคาร์บอมบ์ ซึ่งไม่ใช่คาร์บ๊องแน่ๆ หมายเล่นงาน ทักษิณ ชินวัตร เมื่อสิงหาคม 2549 โดยนำรถเก๋งติดระเบิดรุนแรง พร้อมจุดชนวนด้วยรีโมต ไปดักรอที่ใต้สะพานบางพลัด!
แต่เพราะมือกดรีโมตระวังตัว หลบในจุดที่ตัวเองปลอดภัย ทำให้สัญญาณไม่ทำงาน
สุดท้ายตำรวจตรวจค้นจับกุมรถดังกล่าวได้ มีทหารยศร.อ.สังกัดกอ.รมน.ถูกจับกุมคารถ โดยเป็นลูกน้องของพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี นายทหารกอ.รมน.นั่นเอง!!
ต่อมาขยายผลจับกุมพ.อ.อีก 2 คนสังกัดกอ.รมน.อีก คดีนี้เกี่ยวพันกับหน่วยงานดังแห่งสวนรื่นฤดี หลายอย่าง
จากนั้นรัฐบาล มีคำสั่งปลดพล.อ.พัลลภ พ้นจากกอ.รมน.
สุดท้ายศาลลงโทษร.อ.ดังกล่าว ฐานนำระเบิดร้ายแรงเข้ามาในเมือง ซึ่งคดีชี้ว่าเป็นระเบิดที่ติดตั้งสมบูรณ์แบบแล้ว
การสืบสวนสอบสวนของตำรวจ เชื่อว่าต้องการสังหารทักษิณแน่ๆ!!
แต่เพราะทีมก่อเหตุผิดพลาดเอง นาทีกดรีโมตสัญญาณจึงจุดชนวนไม่สำเร็จ
แล้วหลังจากเหตุคาร์บอมบ์ไม่นาน ก็เกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เพื่อล้มรัฐบาลทักษิณจริง เหมือนมีใบสั่งต้องจัดการทักษิณให้ได้
แล้วคนในคดีนี้ก็พัวพันกอ.รมน.หลายราย!
นี่ไงหน่วยงานรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตั้งในยุคปราบคอมมิวนิสต์ ปัจจุบันก็ยังทำหน้าที่ เน้นความมั่นคงภายใน จัดการภายในอย่างเข้มข้น
พอเกิดเหตุรถกอ.รมน.กับคดียิงสส.พรรคประชาชาติ ก็อดคิดถึงคดีคาร์บอมบ์ทักษิณไม่ได้!?
วงค์ ตาวัน