จากการออกมาแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์เพียงแค่ 2 วัน ของพล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในกรณีมีการนำรถกอ.รมน. นำไปใช้ก่อคดียิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ
รวมทั้งเมื่อเทียบกับการเข้ามารับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ตั้งแต่ตุลาคม 2568 ก็คือ มาเพียงแค่ 6 เดือนเศษ
ปรากฏว่า แม่ทัพผู้มีสไตล์บู๊ดุดัน เดินหน้าชนกับแทบทุกฝ่ายอย่างไม่มีเกรงใจใคร!
ปะทะทั้งกับนักข่าวที่ทำหน้าที่สอบถามแม่ทัพภาค 4 จากการออกมาแถลงข่าว
ถึงขั้นสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยต้องออกแถลงการณ์ ปกป้องการทำหน้าที่ของน.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย จากการตั้งคำถามต่อแม่ทัพภาคที่ 4!
พร้อมกับระบุถึงปฏิบัติการไอโอของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้ เพื่อปั่นกระเแสกล่าวหาประชาชนผู้คิดต่าง
สมาคมนักข่าวฯ จึงต้องแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่า ขอประณามปฏิบัติการไอโอคุกคามสื่อมวลชน
ไม่แค่ชนดะกับแวดวงนักข่าวเท่านั้น
แม่ทัพภาค 4 ยังพาดพิงถึงโรงเรียนสอนศาสนา โรงเรียนปอเนาะ โรงเรียนตาดีกา ว่าคือแหล่งบ่มเพาะความคิด!?!
โดยกล่าวว่า การแก้ปัญหาไฟใต้ ทำมา 20 ปีไม่ได้ผล เพราะไปแก้ปลายเหตุ ไม่แตะที่ต้นเหตุคือสถาบันสอนศาสนาดังกล่าว
ปรากฏว่า 3 สมาคมโรงเรียน รวมตัวกันเรียกร้องให้ย้ายแม่ทัพ 4 คนนี้ออกจากพื้นที่โดยด่วน!
ผู้บริหารปอเนาะ ตาดีกา โรงเรียนเอกชนในจังหวัดชายแดนใต้เห็นพ้องกันว่า การพูดจาเช่นนี้ คือข้อมูลเก่าเมื่อ 20 ปีที่แล้ว แสดงว่าแม่ทัพยังคิดแบบเดิมๆ
อีกทั้งถ้าผู้มีอำนาจมองว่าโรงเรียนสอนศาสนายังเป็นปัญหา ก็ควรมาร่วมกันพัฒนาแก้ไข
แต่ถ้าแม่ทัพคิดแบบนี้ ก็คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาได้
เพราะไม่เข้าใจหลัก เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา!
สรุปว่าปะทะหมดทั้งสื่อมวลชน แวดวงโรงเรียนสอนศาสนา ไปจนถึงสส.ในพื้นที่
โดยในคดียิงสส.กมลศักดิ์นั้น แม่ทัพก็สงสัยว่าทำไมการก่อเหตุหากเป็นมืออาชีพ เป้าหมายจึงไม่เป็นอะไรเลย
คงมองการยิงสส.น่าจะมีพิรุธ รวมทั้งการแถลงพุ่งเป้าไปที่พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติหลายดอก
ทั้งที่มองอย่างผู้รู้จริง ก็เห็นได้ว่าการยิงด้วยอาวุธสงครามถึง 33 นัด จนรถพรุนและมีคนเจ็บสาหัส 2 ราย แถมใช้รถกอ.รมน. อย่างนี้จะมีอะไรต้องสงสัยอีก!
เอาเป็นว่าแม่ทัพภาค 4 ผู้มีพื้นฐานเติบโตจากทัพภาค 2 มาวันนี้ชนแหลกกับหลากหลายวงการ
จะแก้ปัญหาไฟใต้อันเป็นพื้นที่ละเอียดอ่อน ที่ต้องอาศัยความร่วมมือกับทุกฝ่ายได้อย่างไร!?
วงค์ ตาวัน