เป็นคำถามจากผู้คนในสังคม ถึงพนักงานสืบสวนสอบสวนว่า ถ้าหากคดีอาชญากรรมรุนแรง แล้วรูปคดีโยงใยไปถึงคนในเครื่องแบบ ไปแตะถึงคนมีสีเมื่อไร คดีนั้นมักสะดุดตอ เดินต่อไปไม่ได้ ใช่หรือไม่
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็คือ ตอกย้ำว่า ความยุติธรรมในบางคดี ไม่มีความยุติธรรมอย่างแท้จริง!
น่าสนใจว่า องค์กรตำรวจ ผู้รักษากฎหมาย ผู้เป็นกลไกกระบวนยุติธรรมในชั้นต้น จะปล่อยให้คดีบางคดี ไม่มีความคืบหน้า เพราะไปเจอตอ เช่นนี้หรือ
จะทำให้ประชาชนวงกว้าง หมดศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม เพราะมีข้อเปรียบเทียบว่า ชาวบ้านทำผิดแค่น้อยนิด ก็ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา
แต่เมื่อเทียบกับคดีที่ไปเกี่ยวพันกับคนในเครื่องแบบ
กระบวนการยุติธรรมต้นน้ำ จะทำงานแบบเชื่องช้าในคดีแบบนี้ได้อย่างไร!?
ทั้งที่ประชาชนทั้งสังคม เห็นความเป็นจริงกระจะกระจ่างทุกแง่มุม แต่ยังทำคดีแบบไม่มีคืบได้หรือ
ควรเกรงใจประชาชนเจ้าของเงินภาษีที่เป็นเงินเดือนราชการกันบ้าง
อย่างเช่น คดียิงสส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ พรรคประชาชาติ ผู้แทนราษฎรนราธิวาส ที่ชาวบ้านลงคะแนนล้นหลามจนชนะการเลือกตั้งได้เป็นสส. ทำไมไม่คืบหน้า!??
ทำไมจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 ราย แต่กลายเป็นขบวนการสังหาร ที่มีแต่คนลงมือยิง คนจัดรถจัดปืนสนับสนุน
ขบวนการไล่ฆ่าขนาดนี้ ไม่มีคนบงการได้อย่างไร!!
ที่สำคัญ ผู้ต้องหาทั้ง 7 ไม่เคยมีใครสักคนที่รู้จักมักคุ้นหรือมีเรื่องขัดแย้งโดยตรงกับสส.กมลศักดิ์เลยแม้แต่คนเดียว
แล้วจู่ๆ คนเหล่านี้จะมาร่วมลงมือยิงถล่ม หรือร่วมจัดหารถ จัดหาปืนมาให้
โดยที่ทั้งหมดไม่มีสาเหตุจะไปล่าชีวิตสส.กมลศักดิ์!?
หรือแม้แต่คนขับรถและตำรวจติดตามสส. ที่ถูกลูกหลงบาดเจ็บสาหัส ก็ไม่มีข้อขัดแย้งกับใคร
อีกทั้งมองจากขบวนการก่อเหตุ มีทั้งคนติดตามชี้เป้าตั้งแต่สส.กมลศักดิ์ลงเครื่องบินที่หาดใหญ่ แล้วเดินทางกลับบ้านนราธิวาส
มีทีมลงมือยิง แล้วมีนายทหารในราชการ จัดหารถในราชการกอ.รมน.มาให้
เป็นขบวนการใหญ่ เป็นเรื่องเป็นราว
เช่นนี้แล้วไม่มีคนสั่งการ ไม่มีคนบงการได้อย่างไร!!
รูปคดีของตำรวจจะตันแค่ 7 ผู้ต้องหา โดยไม่รู้ว่าใครสั่งฆ่า ด้วยสาเหตุอะไร ทำแบบนี้ได้หรือ
หรือเพียงเพราะผู้ต้องหาคนที่ 6 และ 7 เป็นคนในเครื่องแบบในราชการ คดีเลยต้องสะดุดเพียงแค่นี้!?!
วงค์ ตาวัน