ในช่วงที่ฝนตกชุกชุมแทบทุกวัน เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัวแล้วเช่นนี้ อดเป็นห่วงไม่ได้ว่า รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีการเตรียมมาตรการรับมืออุทกภัย เช่นไร จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุน้ำท่วมรุนแรงเป็นวงกว้างได้หรือไม่
เพราะภาพ “หาดใหญ่” จมมิดทั้งเมืองเมื่อปลายปีที่แล้ว ยังหลอกหลอนจนถึงบัดนี้!!
แถมเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่ทำให้รัฐบาลอนุทิน ซึ่งเข้ามาบริหารประเทศใหม่ๆ ในขณะนั้น ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ในด้านประสิทธิภาพ และความประมาท
ยังดีที่ครม.นัดพุธที่ผ่านมานี้ มีการหารือมาตรการรับฤดูฝน โดยออกแผนปฏิบัติ 9 ข้อ ซึ่งก็เป็นเรื่องดีที่มีความตื่นตัว รับมือในทันที
แต่เราก็ไม่รู้ว่าในทางปฏิบัติ จะทำได้อย่างเป็นจริงหรือไม่ เพียงใด
น่าเป็นห่วงว่า หากเกิดเหตุน้ำท่วมร้ายแรงขึ้นมาอีกในปีนี้ รัฐบาลคงโดนภาพเก่าจากหาดใหญ่มาย้อนตำหนิติเตียนอย่างแน่นอน!?!
ในต้นฤดูฝนเช่นนี้ คงต้องโฟกัสไปที่ภาคเหนือ
ฝนถล่มหนักพื้นที่ไหน จะเกิดดินถล่ม ภูเขาพังทลาย โคลนทะลักเข้ามาใส่เมืองหรือไม่
ด้วยความที่สภาพภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงไป!
เกิดปรากฏการณ์ใหม่คือเรนบอมบ์หรือระเบิดฝน ซึ่งเกิดสภาพฝนหนักเฉพาะจุดจนทำให้น้ำระบายไม่ทัน ไปจนถึงปรากฏการณ์ฝนแช่ นำมาซึ่งภัยพิบัติร้ายแรง
ทั้งเรนบอมบ์ทั้งฝนแช่ เป็นปัญหาใหญ่และปัญหาใหม่ที่มนุษย์ยังรับมือไม่ทัน!?
เมื่อฤดูฝนเริ่มต้นก็จะหนักหนาสาหัสในภาคเหนือ ไปจนถึงภาคอีสาน
ถัดมาก็เป็นคิวภาคกลาง เมื่อน้ำเริ่มบ่าไหลจากเหนือลงมา
แล้วก็มักจะมาจมแช่พื้นที่นาข้าว ย่านชัยนาท อ่างทอง อยุธยา สุพรรณบุรี อะไรเหล่านี้
เกิดความทุกข์แก่บรรดาชาวนาทั้งหลาย นาข้าวต้องจมน้ำหลายเดือน!
จากนั้นพอเข้าปลายปี เป็นฤดูมรสุมกระหน่ำใส่ภาคใต้ตอนล่าง
ดังที่เคยจมหาดใหญ่มิดทั้งเมืองเมื่อปลายปีที่แล้วนั่นเอง
เมื่อปฏิทินมรสุมฝนชุกของบ้านเรา มีอย่างชัดเจนเป็นลำดับเช่นนี้ หน่วยงานของรัฐน่าจะต้องออกมาตรการรับมือได้แต่เนิ่นๆ!
รัฐบาลเองยิ่งต้องตระหนัก เพราะความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินบ้านเรือนไร่นาของประชาชน ความทุกข์ยากจากการไร้ที่อยู่อาศัย เป็นเรื่องไม่ควรเกิด
หรือถ้าเกิดก็ต้องเบาบาง มีทางหนีทีไล่ให้พร้อม
ถ้าเสียหายหนักยังบานปลายเป็นเงินช่วยเหลือเยียวยาอีกมหาศาล ภายในสภาพที่ประเทศชาติต้องใช้จ่ายอย่างเขียมสุดขีด!!
วงค์ ตาวัน