ชกไม่มีมุม : เมื่อไฟใต้เริ่มระอุอีก

ชกไม่มีมุม

ชกไม่มีมุม : เมื่อไฟใต้เริ่มระอุอีก

ชกไม่มีมุม : เมื่อไฟใต้เริ่มระอุอีก นับจากช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเกิดเหตุวางระเบิดที่ชายหาดแหลมสมิหลา สงขลา จนทำให้รูปปั้นนางเงือกทอง สัญลักษณ์สำคัญของชายหาดดังกล่าว ถึงกับหางขาด โดยลักษณะการประกอบระเบิด ทำให้คาดหมายว่า น่าจะเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบไฟใต้

จากนั้นมาจะพบว่า มีการก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดใต้ รุนแรงและต่อเนื่องขึ้นอีกหลายครั้ง

เสียงระเบิดถี่ขึ้น จากปลายปี 2561 ถึงต้นปีนี้

โดยล่าสุดก่อเหตุด้วยคาร์บอมบ์อีกด้วย

ลงมือที่หน้าค่ายตชด.สงขลา

จึงเป็นเรื่องน่าสังเกตว่า เหตุใดจึงเริ่มโหมรุนแรงขึ้นมาอีกครั้ง!?!

ถ้าหากเป็นเหตุผลที่ว่า ต้องการเขย่าขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลงมือในบริเวณชายหาดแหลมสมิหลา ซึ่งไม่ใช่พื้นที่ก่อเหตุตามปกติ น่าจะจงใจมุ่งต่อการท่องเที่ยว

หากเป็นประเด็นสาเหตุนี้ ก็คงจะต้องเฝ้าระวังป้องกันเหตุให้ดี

เพราะฤดูท่องเที่ยวยังมีต่อเนื่อง ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งจะเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน

แต่เชื่อว่า ในด้านการข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ น่าจะเกาะติดได้ดี และคงมีแผนป้องกันเหตุร้ายในฤดูท่องเที่ยวออกมาอย่างเข้มงวดแล้ว

โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวสำคัญ แหล่งเศรษฐกิจของปักษ์ใต้ คงสืบสวนตรวจตรากันอย่างละเอียดยิบ!

ความที่สถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ 3-4 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่ใช่คดีอาชญากรรมปกติ

แต่เป็นปัญหาความขัดแย้งที่มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ โยงถึงความรู้สึกไม่เป็นธรรมในเรื่องเชื้อชาติศาสนา

จึงไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขได้ด้วยมาตรการสืบสวนปราบปรามของตำรวจหรือทหาร

นั่นคือการแก้ปลายเหตุ แต่ต้นเหตุต้องแก้ที่การเมือง คือปมปัญหาความรู้สึกไม่เป็นธรรม

ยิ่งสถานการณ์บ้านเมืองในวันนี้กำลังเข้าสู่การเลือกตั้ง มีพรรคการเมืองหลายพรรคมุ่งลงชิงชัยในพื้นที่ที่เกิดความไม่สงบ นโยบายดับไฟใต้ จึงเป็นเรื่องน่าสนใจของคนในพื้นที่นี้แน่นอน

ยิ่งถ้าพรรคไหนมีผู้ที่เคยทำงานอย่างมืออาชีพและสร้างความหวังให้ได้สัมผัสมาแล้ว ย่อมได้รับความสนใจอย่างเป็นพิเศษ!

ขณะเดียวกันอารมณ์ของคนใน 3-4 จังหวัดใต้ ต่อบรรยากาศการเมืองในยุคนี้เป็นอย่างไร

สะท้อนออกมาให้เห็นกันมาแล้ว ผ่านการลงคะแนนประชามติรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559

โดยเสียงส่วนใหญ่ในพื้นที่ไฟใต้ ไม่รับรัฐธรรมนูญนี้

แถมต่อมายังเกิดเหตุระเบิด 7 จังหวัดใต้ตอนบน ซึ่งรายงานข่าวกรองก็สรุปได้ว่า เป็นการประท้วงรัฐธรรมนูญ แต่ทำด้วยวิธีของกลุ่มหัวรุนแรง

น่าสนใจว่า ทิศทางการเลือกตั้งในพื้นที่นี้จะยังเหมือนเมื่อปี 2559 หรือไม่!?

โดย วงค์ ตาวัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความก่อนหน้านี้บทบรรณาธิการ : ไปรเวต
บทความถัดไปหนีไม่พ้น!! กองปราบ รวบ ‘บลู เยาวราช’ ก่อเหตุตีเพื่อนบ้านแล้วลักทรัพย์-คดียาอีกพรึบ