ประชาชนได้ประโยชน์
จากรธน.แบบไหน
คอลัมน์ ชกไม่มีมุม
ประชาชนได้ประโยชน์ – คนรุ่นพ่อรุ่นพี่ของเรา ต่อสู้กันมายาวนานเพื่อให้เกิดประชาธิปไตยขึ้นในบ้านเมืองเรา เพื่อให้ประชาชนคนส่วนใหญ่ได้มีสิทธิมีเสียงในทางการเมือง ให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจความเป็นไปของประเทศชาติ
กว่าจะได้มาซึ่งระบบการปกครองที่ดีที่สุดนี้ คนรุ่นก่อนเรา เขาสู้ด้วยชีวิตเลือดเนื้อ ถูกจับกุมคุมขัง ถูกสังหารหมู่กลางเมือง
เมื่อ 14 ตุลาคม 2516 ฝ่าห่ากระสุน เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย หลุดพ้นจากยุครัฐบาลทหาร
เมื่อ 17 พฤษภาคม 2535 ขับไล่นายกฯ ที่มาจากรัฐประหารกลางห่ากระสุน จนได้รัฐธรรมนูญที่กำหนดชัดเจนว่า นายกฯต้องมาจากส.ส.ที่ผ่านการเลือกตั้งเท่านั้น
แต่ต่อมารัฐประหารเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 ทำให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ทำการเมืองย้อนยุค และสร้างกติกาที่เอื้อประโยชน์ให้คนกลุ่มเดียวอยู่ในอำนาจ
ในรอบหลายเดือนมานี้เสียงเรียกร้องให้รื้อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดังกระหึ่มโดยเด็กรุ่นใหม่ กลายเป็นกระแสใหญ่ของสังคมไทย
เป็นแรงกดดันมหาศาล จนทำให้การแก้รัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา!
มีประชาชนจำนวนมากนำโดยนักเรียนนักศึกษาคนรุ่นใหม่ ผลักดันให้รื้อฉบับปี 2560
แต่ฝ่ายที่ปกป้องรัฐธรรมนูญ สนับสนุนรัฐบาลที่มาจากกติกาอันยอกย้อน พยายามปลุกประชาชนอีกส่วนออกมาเป็นพลังสนับสนุน
ทั้งๆ ที่ความเป็นประชาชน ควรจะต้องมองถึงประโยชน์ที่ควรเกิดกับประชาชน ไม่ใช่ต่อสู้เพื่อประโยชน์ของชนชั้นปกครอง
ประโยชน์ของประชาชน ก็คือ ต้องมีระบบการเมืองที่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ เปิดช่องให้คนหลากหลายเข้ามาร่วมกันบริหารประเทศ เพื่อให้เกิดความพัฒนาทั่วด้าน
แต่ถ้ารัฐธรรมนูญสร้างให้คนกลุ่มเดียวผูกขาดอำนาจ ก็ยากจะได้คนดีๆ คนวิสัยทัศน์กว้างไกล มาช่วยสร้างความเจริญก้าวหน้า!
ที่กล่าวกันว่าการเมืองดีมีเสรี นำมาซึ่งเศรษฐกิจที่ดี
เป็นความจริงแท้แน่นอน เหลือบมองการเมืองดีๆ แบบนี้ในหลายประเทศ ก็เห็นได้ชัดว่าเขาพัฒนาก้าวไกลไปกว่าบ้านเรามาก
ในความเป็นประชาชน ควรจะยินยอมให้สิทธิเสียงทางการเมืองไร้คุณค่า ดังกติกาของรัฐธรรมนูญนี้หรือ!?
ถ้าเราไปร่วมกันใช้สิทธิใช้เสียงในวันเลือกตั้ง แต่สุดท้ายการตั้งนายกฯ ตั้งรัฐบาล กำหนดโดย 250 ส.ว.
เอาคน 250 คนมาเหนือกว่าเสียงประชาชนมากมายหลายล้าน ทำให้เสียงของประชาชนไร้น้ำหนัก
เช่นนี้แล้วประชาชนควรผลักดันให้แก้ไขหรือปกป้องรัฐธรรมนูญ
ประชาชนควรจะดีใจ ควรตะโกนร้องว่า พวกเราอย่าได้มีสิทธิเสียงทางการเมืองเลย ยอมให้ 250 ส.ว.เหนือกว่าเสียงของพวกเราไปดีกว่า
ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็ต้องทบทวนศึกษาคำเปรียบเทียบทางการเมืองที่ว่า “ทาสที่ปล่อยไม่ไป” คืออะไร!?
วงค์ ตาวัน