คอลัมน์ ชกไม่มีมุม
ม็อบพม่าต้านปฏิวัติ บทเรียนม็อบไทย – เห็นภาพข่าวชาวพม่าออกมาประท้วงต่อต้านการรัฐประหาร เรียกร้องให้ปล่อยตัว ออง ซาน ซู จี โดยผู้คนแทบทุกวงการเคลื่อนไหวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา มีการเดินขบวนตามท้องถนน ยันชุมนุมกัน บนเรือ ประท้วงแบบลอยน้ำก็มี
เห็นประชาชนเขาสำแดงพลังกันหนักแน่นขนาดนี้ นับว่าน่าหนักใจแทนกองทัพพม่า
แรงต้านการล้มประชาธิปไตย เป็นไปอย่างน่าเกรงขามจริงๆ
ทั้งยังบอกให้รู้ว่า การต่อสู้ของประชาชน ก็ต้องเพื่อประโยชน์ของประชาชนจริงๆ
มีแต่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเท่านั้น ที่ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ มีส่วนร่วมทางการเมืองได้
ที่สำคัญประชาชนเพิ่งไปเลือกตั้งเพื่อเลือกพรรคของ ออง ซาน ซู จี จนชนะอย่างถล่มทลาย
แล้วกองทัพซึ่งไม่พอใจผลการเลือกตั้ง จะใช้ปืนใช้รถถังมาล้มกระดาน ล้มอำนาจจากมือประชาชนได้อย่างไร!?
ประชาชนต้องหวงแหนอำนาจของตัวเอง ต้องไม่ยอมให้ใครมาชิงอำนาจไปจากมือประชาชนง่ายๆ
มีรัฐประหารก็คือการชิงอำนาจไปจากประชาชน
รัฐประหารทำให้ประชาชนสูญเสียสิทธิเสรีภาพ ทำให้ความเจริญก้าวหน้าหยุดชะงัก ขัดแย้งกับประโยชน์ของประชาชนสิ้นเชิง
ระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้ง และนักการเมือง จะประชานิยมหรือไม่นิยมก็ตามที
นั่นคือผลประโยชน์ของประชาชน ซึ่งประชาชนต้องปกป้อง!
การลุกขึ้นมาของประชาชนพม่าในวันนี้ ก็เพื่อรักษาสิ่งที่ประชาชนควรได้ควรมี
จึงเป็นเรื่องที่ต้องยกย่องชื่นชมพลังประชาชนคนพม่า
พร้อมกับรู้สึกเศร้าใจ ที่เราเห็นภาพอย่างอื่นในบ้านเรา!?!
มีรัฐประหารล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งด้วยมือประชาชน กลับมีคนจำนวนหนึ่งไปมอบดอกไม้ให้ทหารบนรถถัง
หนักกว่านั้น เคยชุมนุมไล่รัฐบาลเลือกตั้ง และเรียกร้องทหารให้ยึดอำนาจถึง 2 หน ในปี 2549 และ 2557
จะอ้างนักการเมืองขี้โกง ก็ต้องจัดการโดยอำนาจประชาชน ไม่ใช่ไปเรียกหาทหารมาล้มนักการเมือง
เพราะสุดท้ายประชาชนก็โดนล้มอำนาจ สูญเสียเสรีภาพไปด้วย พร้อมกับได้รัฐบาลที่ไม่ใช่ตัวแทนชาวบ้าน
วันนี้ทำไมต้องมาตั้งคำถาม เหตุใดรัฐบาลไม่ตัดงบซื้ออาวุธ เพื่อเอามาเยียวยาโควิด เอามากอบกู้เศรษฐกิจ
นี่คือผลพวงจากการรัฐประหาร 2557 นั่นเอง!