ปรากฏการณ์สภาล่ม ซึ่งเกิดขึ้นอย่างถี่ยิบ สั่นสะเทือนการเมืองไทยในยุคปัจจุบัน ขณะที่ประชาชนเองก็เบื่อหน่ายกับผลงานรัฐบาล ข้าวของแพงหูฉี่ น้ำมันก็แพงไม่สิ้นสุด แก้โควิดได้ล่าช้า จนกระทบไปถึงการฟื้นเศรษฐกิจล่าช้าไปด้วย จึงเกิดอารมณ์ความรู้สึกอยากให้ยุบสภา เพื่อล้างไพ่ เลือกตั้งกันใหม่เสียที จะได้มีโอกาสเปลี่ยนแปลงผู้นำทางการเมือง เปิดทางให้คนรุ่นใหม่วิสัยทัศน์กว้างไกล เท่าทันโลก รอบรู้เศรษฐกิจ ยุคใหม่ เข้ามาพลิกโฉมชีวิตความเป็นอยู่คนไทย ในยุคที่อ่วมอรทัยกับโควิด จนการทำมาค้าขายพังพินาศมากว่า 2 ปีแล้ว ขณะเดียวกัน กระแสภายในสภาเอง ในท่ามกลางปัญหาสภาล่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีการโทษกันไปมาระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน โดยฝ่ายค้านยืนยันว่า จงใจจะเล่นเกมในสภาจริง เพื่อประจาน ให้ชาวบ้านเห็นว่า เสียงของส.ส.รัฐบาลขณะนี้ ปริ่มน้ำสุดๆ และฝ่ายรัฐบาลก็ไม่มีความสามารถในการควบคุมเสียงของฝั่งตัวเอง ฝ่ายค้านยอมรับว่าเล่นเกมจริง เพื่อตอกย้ำให้เห็นว่า เสียงของส.ส.รัฐบาลนั้น ไปต่อไม่ได้แล้ว ยอมรับ ความจริงแล้วยุบสภาเสียเถิด!! แน่นอนว่า แม้จะเกิดกระแสเสียงหลายทิศทาง บ้างก็ไม่เห็นด้วยกับฝ่ายค้าน แต่ถ้าเราดูคำอธิบายของฝ่ายค้านก็พบว่า เป็นความจริงอย่างยิ่ง การเมืองในยุครัฐบาลที่ต่อท่อมาจาก คสช.นั้น เป็น การเมืองยุคที่พิลึกพิลั่นมากที่สุด เอาง่ายๆ ทะเลาะกันภายในพรรคพลังประชารัฐ แล้วส.ส.กลุ่มธรรมนัส พรหมเผ่า ก็ยอมให้มีมติขับออก เพื่อไปตั้งพรรคใหม่ ตอนนี้ตั้งพรรคเศรษฐกิจไทยเรียบร้อยแล้ว มีที่นั่ง ในสภาแล้ว แต่ผู้นำรัฐบาลก็ไม่ตัดสินใจอะไรให้ชัดเจน จะให้พรรคนี้เข้ามาร่วมหรือไม่ หรือปล่อยให้ลอยๆ ไปอย่างนี้!?! ส.ส.หายไป 18 เสียง แต่ไม่จัดการอะไรให้ชัดเจน จึงสมควรแล้วที่ฝ่ายค้านจะโหมนับองค์ประชุม เพื่อตอกย้ำความพิสดารนี้ ไม่เท่านั้น ในการโต้เถียงกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ยังเกิดประเด็นที่น่าสนใจตามมาอีกประการ นั่นคือ การถกเถียงถึงการนับองค์ประชุมอย่างพร่ำเพรื่อ ฝ่ายค้านตอบโต้กลับว่า สมัยพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้านยุคนั้นก็นับองค์ประชุมบ่อยๆ ไม่ต่างกัน ที่สำคัญการนับองค์ประชุมเป็นไปตามกฎกติกา ฝ่ายค้านยุคนี้ไม่เคยปาแฟ้ม ทุ่มเก้าอี้ ลากเก้าอี้ประธาน พอฝ่ายค้านยกปมนี้ขึ้นมา ทำให้ชาวบ้านนึกภาพออกทันที บรรยากาศสภาในช่วงปี 2556 ภายหลังยิ่งชัดว่า นั่นคือการปูทาง ทำให้สภาดูน่ารังเกียจ ทำให้ประชาธิปไตยดูแย่ ตามด้วยม็อบชัตดาวน์ ลงเอยคือรัฐประหาร ระหว่างทำ “สภาล่ม” กับพฤติกรรม “ล้มสภา ล้มประชาธิปไตย” ต่างกันจริงๆ!!