ข่าวจากห้องประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เข้าสวมกอดเอาใจพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ต่อหน้ารัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ พร้อมกล่าวด้วยว่า ไม่ไปไหนหรอก มีเรื่องให้ง้อกันได้ทุกวัน
เป็นการปฏิเสธข่าวที่ว่า มีพรรคการเมืองอีกพรรคตั้งใหม่ เพื่อสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ครั้งต่อไป
เป็นการยืนยันว่าจะยังอยู่พลังประชารัฐกับพล.อ.ประวิตรต่อไป ทำนองนั้น
ถ้าเป็นเช่นนี้จริง แปลว่า ในบัญชีรายชื่อผู้ชิงตำแหน่งนายกฯ ในการเลือกตั้งสมัยหน้า ก็ยังมีชื่อพล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อไป ด้วยมีเสียง 250 ส.ว.นอนรอโหวตให้แน่ๆ
แต่งวดหน้า จะใส่ 2 ชื่อ มีพล.อ.ประวิตรเป็น แคนดิเดตเบอร์ 2
เพราะพล.อ.ประยุทธ์ จะมีเวลาเป็นนายกฯ ได้อีก 2 ปี จึงต้องใส่ชื่อพล.อ.ประวิตร เป็นต่ออีก 2 ปีหลัง!
การวางหมากไว้แบบนี้ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเชื่อมั่นอย่างมากในกลไกรัฐธรรมนูญ ที่ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา
แต่เป็นการคำนึงถึงเสียงของประชาชนคนลงคะแนนหรือไม่ น่าคิด
ราวกับมั่นใจอย่างมากว่า คะแนนนิยมของเครือข่าย 3 ป. ยังมีมากมายเสียจริงๆ ในหมู่ชาวบ้าน!!
ทั้งที่ผลโพลหลายสำนักบอกถึงสภาพขาลงของพล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาล
ที่แน่ๆ สภาพเศรษฐกิจปากท้องประชาชนในทุกวันนี้ เป็นเครื่องชี้วัดความนิยมในรัฐบาลได้อย่างชัดเจนที่สุด!?!
ขณะเดียวกัน ทางด้านพรรคเพื่อไทย ที่กำลังตั้งเป้าหมายแลนด์สไลด์
โชว์ความพร้อมหลายด้าน และล่าสุดน่าจะมีข้อสรุป ผู้อยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทยแล้ว 2 ชื่อ
คือนายเศรษฐา ทวีสิน มือบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่กำลังมีบทบาทในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย
คนหนึ่งมีคุณสมบัติ สอดรับกับยุคที่ประชาชนต้องการผู้มาพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ด้วยผลงานชัดเจนจากธุรกิจขนาดใหญ่ วิสัยทัศน์ทันโลก
อีกคนคือทายาททักษิณ และมีคะแนนนิยมในฐานะคนรุ่นใหม่
แถมนายเศรษฐาก็ยังแสดงความเห็นต่อปัญหาสังคมและการเมืองที่แจ่มชัดมาตลอดในด้านจุดยืน
เหลือบมองพรรคพลังประชารัฐ ที่คงมี 2 แคนดิตเดต นายกฯ คือ 2 ป. กับเพื่อไทยคู่แข่งสำคัญ ที่คงจะมี เศรษฐา-อุ๊งอิ๊ง เป็น 2 แคนดิเดตนายกฯ
ระหว่าง 2 ป.กับเศรษฐา-อุ๊งอิ๊ง
ประชาชนคงนำมาเปรียบเทียบและหาข้อสรุปได้
ควรจะตัดสินใจในวันเลือกตั้งอย่างไร!?!
วงค์ ตาวัน