เป็นอันว่า การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับ รองผู้การลงไปถึงสารวัตร ในวาระประจำปีนี้ จะต้องเลื่อนวันเวลาออกไปจากเดิมทีที่ต้องทำในช่วงระยะนี้แหละ และเสร็จสิ้นก่อนสิ้นเดือนพฤศจิกายน
คงต้องขยายเวลาออกไปถึง 31 ธันวาคม
เหตุผลสำคัญคือ เนื่องจากต้องใช้กำลังตำรวจราว 20,000 นาย ในภารกิจดูแลการประชุมเอเปค 2022 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ ในวันที่ 18-19 พฤศจิกายน
เป็นการประชุมใหญ่ระดับโลก มีผู้นำประเทศมหาอำนาจเข้าร่วมหลายราย
ตอนนี้ที่คาดหมายว่า มีโอกาสสูงที่จะมาร่วมเองแน่ๆ คือ ปูติน แห่งรัสเซีย และสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ขณะที่สหรัฐนั้น คงจะส่งรองประธานาธิบดีมาแทนไบเดนที่ติดงานแต่งหลาน
แค่ผู้นำหมีขาวและมังกร ก็เป็นเรื่องใหญ่ การอารักขารักษาความปลอดภัยจะต้องเข้มข้นอย่างที่สุด!!
ความที่โลกอยู่ในช่วงขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจรุนแรงจากสงครามรัสเซียถล่มยูเครน
เมื่อผู้นำสหรัฐต้องการแสดงท่าทีบางอย่าง ให้รองประธานาธิบดีมาแทน ก็ยิ่งทำให้รัสเซียกับจีน ยิ่งต้องแผ่ปีกด้วยการมาร่วมประชุมด้วยตัวเอง
ถ้า 2 ผู้นำดังกล่าวมาเองจริงๆ ก็ทำให้การประชุมเอเปคในไทย ดูดีมีความสำคัญ แต่พร้อมๆ กันการป้องกันภัยต่างๆ ก็จะต้องจริงจังสุดขีด
อีกทั้งโดยรวมแล้ว คือ การประชุม 21 ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ยังมีผู้นำอีกหลายชาติมาเข้าร่วม
เป็นงานใหญ่ ที่ตำรวจต้องใช้กำลังพลมากมาย จนต้องเลื่อนฤดูโยกย้ายประจำปี จะได้ไม่พะว้าพะวัง ไม่ต้องแอบไปวิ่งเต้นลุ้นเก้าอี้อะไรในช่วงนี้!
ความสำคัญอีกอย่างของเอเปค ที่เกี่ยวพันกับการเมืองในประเทศของเรา ก็คือ การทำทุกอย่างของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่ออยู่เป็นเจ้าภาพงานนี้ให้ได้
โดยเฉพาะด่านสำคัญที่สุด คือ การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในคดีเป็นนายกฯ 8 ปี ซึ่งก็ผ่านมาจนได้
การได้เป็นผู้นำของประเทศเจ้าภาพ ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ผู้นำระดับโลก คงเป็นความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดของพล.อ.ประยุทธ์ ชดเชยอะไรต่อมิอะไรในชีวิต!
แม้แต่วันเวลายุบสภา ก็ยังต้องรอให้ผ่านพ้นงานเอเปคนี้ให้ได้เสียก่อน
ถูไถเพื่อให้ถึงวันที่ 18-19 พฤศจิกายน หลังจากนั้นจะเกิดอะไรค่อยว่ากัน
สรุปว่าการประชุมเอเปคนี้ สำคัญทั้งในแง่ความใหญ่ของผู้มาประชุม และสำคัญสำหรับการต้องอยู่ในเก้าอี้นายกฯ ให้ได้ของพล.อ.ประยุทธ์
อีกทั้งเป็นภารกิจสำคัญยิ่งของตำรวจไทย เป็นงานใหญ่ระดับโลกของพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.คนใหม่ด้วย
เชื่อว่าตอนเลือกบิ๊กเด่นขึ้นเป็นผบ.ตร. ก็คงมีภารกิจเอเปคนี้เป็นตัวตัดสินด้วย เพราะเป็นนายตำรวจที่โตมาในสายงานหลักอย่างครบเครื่อง
มาเป็นผบ.ตร.แล้วทำงานได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้อะไร
จะเป็นกำลังสำคัญในการทำให้งานใหญ่ครั้งนี้ผ่านไปได้ เหมือนการสอบผ่านของประเทศไทยเลยทีเดียว!
วงค์ ตาวัน