ข่าวศาลตัดสินจำคุกโดยไม่รอลงอาญา แกนนำม็อบกปปส.กับพวกรวม 13 คน ในคดีขัดขวางการเลือกตั้ง เหตุเกิดเมื่อปี 2556 ซึ่งศาลอาญาอ่านคำพิพากษา เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมานั้น

ช่างสอดรับกับบรรยากาศบ้านเมืองในวันนี้ เพราะกำลังจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม

คดีที่ศาลเพิ่งอ่านคำพิพากษานี้ เป็นเหตุการณ์ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง อันเป็นหนึ่งในหลายๆ คดี ซึ่งมีคำตัดสินลงโทษไปแล้ว หรือกำลังรอการตัดสิน

ด้วยพฤติการณ์ของม็อบกปปส. มุ่งขัดขวางการเลือกตั้งหลายเหตุการณ์ ทุกวิถีทาง

กรณีที่ดินแดงที่เพิ่งพิพากษา เป็นการขัดขวางการรับสมัครส.ส. ขณะที่ยังมีเหตุอื่นๆ มีการขัดขวางปิดล้อมที่เก็บหีบบัตร

ไปจนถึงขัดขวางข่มขู่คุกคาม ผลักอกบ้าง บีบคอบ้าง กระทำกับประชาชนในวันเลือกตั้ง!

คงจำกันได้ว่าม็อบกปปส. เริ่มชุมนุมต่อต้านพ.ร.ก.นิรโทษกรรม ในปี 2556 ขณะที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ยอมถอย ด้วยการปล่อยให้กฎหมายนี้ตกไป

แต่ม็อบไม่หยุด ประกาศขับไล่รัฐบาล จนยิ่งลักษณ์ตัดสินใจยุบสภาในเดือนธันวาคม 2556 เลือกตั้งใหม่ กุมภาพันธ์ 2557

เป็นการคืนอำนาจกลับสู่ประชาชน ให้ร่วมกันตัดสินใจอนาคตกันใหม่ แต่กปปส.บอกว่าไม่เอา อ้างว่าต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง พร้อมกับขัดขวางการเลือกตั้งอย่างรุนแรง!

แทนที่จะยอมรับวิถีทางประชาธิปไตย แล้วระดมมวลชนที่อ้างว่ามีมากมายมหาศาล ไปเข้าคูหา พิพากษาพรรคเพื่อไทย ซึ่งสามารถทำได้ และถูกต้องชอบธรรมอย่างยิ่ง

กลับไปขวางเลือกตั้ง ทำให้บ้านเมืองเข้าทางตัน เพื่อให้เข้าทางทหาร ออกมายึดอำนาจ!!

เมื่อไม่เลือกการเลือกตั้ง ขัดขวางการเลือกตั้ง โดยรู้อยู่แล้วว่าเพื่อให้ทหารเข้ามาปกครอง

ผลก็คือเราได้อะไรใน 8-9 ปีที่ผ่านมา ได้ความถดถอยล้าหลังของบ้านเมือง เศรษฐกิจตกต่ำสุดกู่

การขวางเลือกตั้งเมื่อปี 2556-2557 เป็นการทำลายอำนาจการเมืองของประชาชน เพื่อยกอำนาจไปให้ทหาร!!

ผลพวงการปกครองของทหาร ทำให้เสรีภาพถูกลดทอน ความเจริญก้าวหน้าชะงักงัน เศรษฐกิจปากท้องยากลำบาก

ยิ่งทำให้ทั้งสังคมไทยเห็นความจริงของเหตุการณ์ม็อบกปปส. หาเหตุผลคำอธิบายอะไรไม่ได้อีกเลย

ทำให้คนที่เคยเข้าร่วมจำนวนไม่น้อย ออกมายอมรับความผิดพลาด ประกาศขอโทษประชาชน

เมื่อศาลตัดสินลงโทษคดีขัดขวางการเลือกตั้ง จึงเป็นคดีตัวอย่างที่ต้องเรียนรู้จดจำ

ยิ่งตอกย้ำว่า เราต้องหวงแหนอำนาจทางการเมืองในมือประชาชน อย่าไปทำลายอำนาจเราเองอย่างนั้นอีก

ประชาชนมีสิทธิ์ลุกฮือขับไล่รัฐบาล โดยอยู่บนหลักการประชาธิปไตย ไม่ทำลายประชาธิปไตย ซึ่งก็คือไม่ทำลายสิทธิเสียงของตัวเอง

การเลือกตั้ง คือพัฒนาการของประชาธิปไตย เป็นวันประชาชนมีส่วนกำหนดอนาคต และทุกคนมี 1 เสียงเท่าเทียมกัน!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน