ถนนหนทางสายออกจากกทม.มุ่งหน้าไปยังจังหวัดต่างๆ เริ่มหนาแน่นแล้ว ด้วยใกล้จะเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์แล้ว โดยคนจำนวนไม่น้อย พยายามออกเดินทางล่วงหน้าให้เร็วที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงสภาพรถติดแน่นขนัด
โดยเฉพาะคืนวันที่ 12 เมษายน และรุ่งเช้า 13 เมษายน คงจะเป็นช่วงเวลาที่สาหัสสากรรจ์ที่สุด
นี่คือชีวิตคนไทย ซึ่งขาดการขนส่งสาธารณะที่ดีพอ
ถ้าเรามีรถไฟความเร็วสูง ใช้เวลาแค่สั้นๆ แต่สามารถเดินทางได้ไกลๆ และขบวนรถไฟสามารถบรรจุผู้โดยสารได้นับพัน
ประชาชนคนไทยก็ไม่ต้องใช้รถราส่วนตัว ขับไปติดกันเป็นแพบนท้องถนนอย่างแน่นอน
ระหว่างที่ทนทุกข์ทรมานกันบนท้องถนน ก็คงต้องคิดไปด้วยว่า อีก 1 เดือนข้างหน้า เราควรจะเลือกใครพรรคไหนเข้ามา เพื่อไม่ให้การพัฒนาเชื่องช้าเช่นปัจจุบัน!!
ไม่เท่านั้น ขับรถไปรถก็ติดไป น้ำมันต้องเติมกันบ่อยขึ้น
เงินทองที่เตรียมไปกินเที่ยวก็พลอยหดหายไป
คงต้องคิดกันให้รอบคอบว่า เวลาเลือกตั้งจะตัดสินใจแบบไหน เพื่อราคาน้ำมันพลังงานที่ถูกลงกว่านี้!?
ขณะเดียวกัน สภาพฝุ่นควันพีเอ็ม 2.5 ที่ยังรุนแรงในพื้นที่ภาคเหนือ
ย่อมมีผลต่อธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างน่าเห็นใจมากๆ เพิ่งจะฟื้นจากโควิดมาได้ไม่นาน มาเจอฝุ่นมหาภัยรุนแรงกระทบการค้าขายหารายได้กันอีก!
แต่พร้อมๆ กัน มีคนอีกจำนวนหนึ่ง เลี่ยงไม่ได้ เดินทางขึ้นเหนือเพื่อเยี่ยมเยียนครอบครัวญาติพี่น้อง
นอกจากต้องระมัดระวังสุขภาพจากฝุ่นละออง อันส่งผลให้ความสนุกสนานของประเพณีสงกรานต์ภาคเหนือต้องลดน้อยลงไปด้วย
คงต้องคิดกันอีกว่า เลือกตั้งเดือนหน้า จะตัดสินใจอย่างไร ให้ได้รัฐบาลที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้!!
พูดง่ายๆ ว่า ระหว่างท่องเที่ยวเดินทางในเทศกาลสงกรานต์
ในท่ามกลางปัญหาสารพัดที่ทุกคนต้องพบเจอ
ไม่ว่าจะไปรถติดแน่นขนัดบนถนน เพราะเราไม่มีขนส่งมวลชนที่ดีกว่านี้ ไม่ว่าจะเติมน้ำมันราคาแสนแพง
ไม่ว่าจะต้องเผชิญสภาพฝุ่นละอองอันสุดแสนอันตรายต่อร่างกายและชีวิต ไม่ว่าธุรกิจการท่องเที่ยวในเมืองฝุ่นมหาภัย จะได้รับความเสียหายขนาดไหน
ระหว่างอยู่ในช่วงสงกรานต์อันยากลำบาก ต้องคิดไปข้างหน้าถึงการเปลี่ยนแปลง
คิดถึงการเลือกตั้งอีก 1 เดือนข้างหน้าไปพร้อมๆ กัน
เพื่อตัดสินใจให้ผลการเลือกตั้งตอบสนองต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเราได้จริงๆ!!
วงค์ ตาวัน