ประเทศไทยเรา เข้าสู่ฤดูฝนตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาแล้ว ทำให้เราได้เห็นข่าวพายุฝนถล่มในหลายพื้นที่ ไปจนถึงเกิดฝนตกหนักในหลายจังหวัด แม้แต่ในกทม. ตอนนี้ก็เริ่มมีฝนมาเยือนเพิ่มมากขึ้นแล้ว
หลายคนก็คงดีใจ เพราะต้องทนร้อนตับแตกกันมาหลายเดือน ร้อนมหาโหดจริงๆ ตามสภาพอากาศโลกที่แปรปรวน
เข้าหน้าฝนเช่นนี้ คงรู้สึกเย็นสบายคลายร้อนกันมากขึ้น
แต่ก็อีกนั่นแหละ เข้าหน้ามรสุมฝนชุกชุม สิ่งที่ตามมาคือ ต้องระวังภัยน้ำท่วม ท่วมไม่หนักมากก็ไม่เท่าไร แต่ถ้าเจออุทกภัยขนาดใหญ่ก็สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว
สังเกตให้ดี ระยะนี้กรมอุตุนิยมวิทยา เริ่มมีประกาศเตือนประเภทให้ระวังภัยธรรมชาติในฤดูฝน
ประกาศให้ประชาชนระมัดระวัง ผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย อะไรทำนองนี้!
ยิ่งพอนึกขึ้นมาได้ว่า เรายังอยู่ในช่วงที่มีรัฐบาลรักษาการ
ยังมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ รักษาการ
ผลงาน 8-9 ปีที่ผ่านมา ในยุคพล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยมีโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ
ถ้ามีน้ำท่วมหนักๆ ก็จะออกไปเยี่ยมเยียน ไปแนะนำอาชีพประหลาดๆ น้ำท่วมก็ให้เลี้ยงปลาแทนทำนา
แล้วที่ประทับใจมากที่สุด คือ การตอบโต้ฝ่ายค้านกลางสภาของพล.อ.ประยุทธ์ที่ว่า น้ำก็ต้องท่วม เพราะฝนมันตก ถ้าฝนไม่ตกก็ไม่ท่วม!?!
โดยเป็นเหตุการณ์ในการเปิดอภิปรายทั่วไปของฝ่ายค้าน เมื่อต้นปี 2566 ที่ผ่านมา
เมื่อนายกฯ ลุกขึ้นชี้แจงเรื่องน้ำท่วมเพราะฝนตกดังกล่าว ก็ทำเอาเกิดเสียงหัวเราะลั่นจากส.ส.ทั่วห้องประชุม
จนพล.อ.ประยุทธ์ ต้องถาม “หัวเราะอะไร หัวเราะอะไร” อย่างฉุนเฉียว
ว่ากันว่าปัญหาน้ำท่วม ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาภัยธรรมชาติต่างๆ ในยุครัฐบาลประยุทธ์ เป็นจุดอ่อนมากที่สุดอย่างหนึ่ง
คือไม่มีไอเดียไม่มีแนวทางแก้ไข คล้ายปล่อยไปตามสภาพธรรมชาติ
น้ำท่วมก็ออกไปเยี่ยมชาวบ้าน แล้วก็รอเวลาให้น้ำค่อยๆ ลดลงไปเอง
มาปีนี้ระยะนี้ ฝนเริ่มมาแล้ว คำเตือนเรื่องระวังน้ำท่วม น้ำป่า ก็มาแล้ว!
แต่เพราะรัฐบาลใหม่ยังรอขั้นตอนต่างๆ ยังตั้งไม่ได้ เรายังต้องอยู่กับรัฐบาลประยุทธ์ที่ยังรักษาการ
ได้แต่หวังว่า คงไม่เกิดสภาพฝนรุนแรง ไม่เกิดปัญหาน้ำท่วมหนักหนาสาหัส
เพราะขนาดตอนเป็นรัฐบาลจริงก็เห็นมาแล้ว ตอนนี้เป็นแค่รักษาการ คงยิ่งไม่มีความพร้อม!!
วงค์ ตาวัน