การปลุกกระแสแบ่งแยกดินแดน 3 จังหวัดใต้ โดยหยิบยกความเคลื่อนไหวของนักศึกษากลุ่มหนึ่งขึ้นมาเป็นประเด็น แล้วลากโยงพรรคการเมืองที่กำลังร่วมจัดตั้งรัฐบาลใหม่ว่าอยู่เบื้องหลัง ดูยังคงมีความพยายามปั่นกันไม่เลิก
ส่วนหนึ่งมาจากหน่วยงานราชการ ที่หวั่นเกรงรัฐบาลใหม่จะเปลี่ยนนโยบายแก้ไฟใต้ เน้นสันติวิธี มากกว่าการใช้กำลังรบ นั่นจะมีผลต่องบประมาณของหน่วยงานความมั่นคงต่างๆ
อีกส่วนมาจากพวกแนวคิดขวาจัดล้าหลัง และเสียประโยชน์จากผลการเลือกตั้ง ที่พรรคฝ่ายประชาธิปไตยได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นเสียงส่วนใหญ่ พรรคฝ่ายตนเองต้องไปเป็นฝ่ายค้าน
จึงสร้างเรื่องใส่ร้ายป้ายสีพรรคการเมืองในรัฐบาลใหม่ ว่าอยู่เบื้องหลังนักศึกษาที่ถูกจับตาการทำประชามติเป็นเอกราชอย่างถูกกฎหมาย
ทั้งที่หากใช้สติใช้ปัญญาพิจารณา จะรู้ได้ง่ายๆ ว่าการแยก 3 จังหวัดชายแดนใต้ออกไปนั้น เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด
เพราะไม่ใช่พื้นที่ซึ่งมีทรัพยากรอันมากมายมั่งคั่ง เช่น บ่อน้ำมัน หลุมแก๊ส เหมืองทองเหมืองเพชร แยกออกไปจะเอาอะไรหล่อเลี้ยงตัวเอง!?
แนวคิดของกลุ่มนักศึกษาที่กลายเป็นประเด็น คือการเรียกร้องในลักษณะสิทธิในการปกครองตนเอง แถมเรียกร้องสิทธิแบบถูกกฎหมาย
อย่าตีความสุดโต่งให้กลายเป็นแยกดินแดน
แม้แต่กลุ่มก่อความไม่สงบที่ใช้วิธีรุนแรงต่อสู้กับตำรวจทหาร เป็นเหตุรุนแรงรายวันนั้น สังเกตให้ดีว่า ไม่เคยประกาศตัวเป็นขบวนการอะไรเลย!?
ถ้าหากมีเป้าหมายใหญ่โตเป็นการแยกดินแดน จะต้องประกาศตัวประกาศกลุ่ม สร้างอิทธิพลขยายมวลชนขยายความคิด
การไม่ประกาศตัวตนของผู้ก่อความไม่สงบ น่าเชื่อว่าเป็นเพราะก่อเหตุด้วยความคับแค้น จากกรณีรัฐข่มเหงรังแก หรือตอบโต้ที่พรรคพวกถูกจับถูกสังหาร!
กลุ่มก่อความไม่สงบ เป็นเพียงคนในพื้นที่ที่เลือกแนวทางรุนแรง ยังไม่ใช่ขบวนการถึงขั้นแบ่งแยกดินแดนอะไร
แต่ที่ผ่านมา รัฐบาลและกองทัพ ใช้แนวทางกฎหมายเข้มข้นและการปราบปรามเป็นหลัก
พิสูจน์แล้วว่าแก้ไฟใต้ไม่ได้!
มีแต่ต้องใช้แนวทางสันติ พูดคุยเจรจา
ไปจนถึงจัดการปกครองในพื้นที่ 3 จังหวัดให้สอดรับกับคนส่วนใหญ่ที่มีเอกลักษณ์ด้านเชื้อชาติศาสนา
แนวทางนี้จะนำไปสู่ความสงบ
การปั่นปัญหาไฟใต้ว่าเป็นพวกแบ่งแยกดินแดน ก็คือ การกลบเกลื่อนปัญหา กลบเลื่อนต้นตอที่มาจากนโยบายการปกครองจากรัฐที่ผิดพลาดมาตลอด
ถ้าไม่มีแหล่งน้ำมัน แหล่งแก๊ส เหมืองเพชรทอง ใครจะแบ่งแยกออกไป
เลิกเอาคำว่าแบ่งแยกดินแดนมาปั่นแบบคนไร้สติไร้ปัญญาได้แล้ว
รวมทั้งเลิกเอามาใช้ป้ายสีพรรคการเมืองในรัฐบาลใหม่!
วงค์ ตาวัน