ดูจากบรรยากาศในวันเปิดสภาผู้แทนราษฎร เพื่อโหวตแต่งตั้งประธานสภาและรองประธานสภา ซึ่งได้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานสภา นายปดิพัทธ์ สันติภาดา เป็นรองประธานสภาคนที่ 1 และนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เป็นรองประธานสภาคนที่ 2 นั้น
เห็นได้ชัดว่า นายวันนอร์ จากพรรคประชาชาติ เมื่อได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานสภา สามารถผ่านได้แบบง่ายดาย ไม่มีการเสนอชื่ออื่นมาแข่งขัน
ได้รับแต่งตั้ง โดยไม่ต้องมีการลงมติ
เช่นเดียวกับนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน จากเพื่อไทย ได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานสภาคนที่ 2 แบบไม่มีการเสนอชื่ออื่นมาแข่ง จึงได้รับแต่งตั้งแบบม้วนเดียวจบ ไม่ต้องเสียเวลาโหวต
มีเฉพาะกรณีนายปดิพัทธ์ จากพรรคก้าวไกล รองประธานสภาคนที่ 1 ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เสนอชื่อนายวิทยา แก้วภราดัย เข้าแข่งขัน จึงต้องมีการลงคะแนนลับ โดยส.ส.ทั้งสภา 500 คน ขาดเพียงไม่กี่ราย ทำให้ใช้เวลาอย่างยาวนานทีเดียว
ผลคะแนนนายปดิพัทธ์ชนะห่างอย่างมาก ได้เป็นรองประธานสภาคนที่ 1 อย่างไม่มีข้อกังขา แต่ก็ชัดเจนว่า เป็นเพียงตำแหน่งเดียวที่ต้องลงคะแนนโหวต!?
กรณีคนจากพรรคประชาชาติ และคนจากพรรคเพื่อไทย สอบผ่านอย่างไม่มีการขัดขวางใดๆ
แต่คนจากก้าวไกล ต้องมีการแสดงออกเพื่อสกัดขัดขวาง
เป็นการบ่งบอกว่า พรรคการเมืองเครือข่ายฝ่ายอนุรักษนิยมการเมือง มองพรรคก้าวไกลด้วยสายตาเช่นไร!?
แล้วขั้นตอนต่อไปจากนี้ คือการโหวตแต่งตั้งนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ ซึ่งจะมี 250 ส.ว.ร่วมโหวตด้วย
เป็นเครือข่ายอนุรักษนิยมการเมือง ที่ยิ่งกว่าในสภาผู้แทนฯ เสียอีก!!
ก่อนหน้านี้บรรดาส.ว.ตัวตึง ได้ออกมาแสดงท่าทีต่อต้านนายพิธาและพรรคก้าวไกลมาตลอด
บ้างก็ประกาศล่วงหน้าเลยว่า พิธาไม่มีทางได้เป็นนายกฯ
แต่ขณะเดียวกัน ฝ่ายพรรคก้าวไกลก็ส่งทีมออกจับเข่าเจรจา เพื่อขอความสนับสนุนจากเหล่าส.ว.
ไม่รู้ว่าผลการพูดคุยจะทำให้ส.ว.เปลี่ยนใจมาโหวตให้พิธามากน้อยเพียงใด!?
แต่ดูบรรยากาศจากการประชุมสภาผู้แทนฯ ที่ส.ส.ฝ่ายเครือข่ายอำนาจเก่า ตั้งเป้าขัดขวางพรรคก้าวไกล
จนทำให้การโหวตเลือกประธานสภาคนที่ 1 ต้องเสียเวลาล่าช้า ขณะที่คนของพรรคประชาชาติ คนของเพื่อไทย ผ่านสะดวกโยธิน
ท่าทีของส.ส.ฝ่ายอำนาจเก่า ตอกย้ำให้ก้าวไกลต้องระมัดระวังให้มาก เมื่อจะต้องเข้าสู่การโหวตนายกฯ ซึ่งจะต้องเผชิญกับ 250 ส.ว.
ในสภาผู้แทนฯ นั้น เสียงฝ่าย 8 พรรคประชาธิปไตยคือ เสียงข้างมาก
แต่ในรัฐสภา ยังขาดเสียงสนับสนุนจากส.ว.อีก 64 เสียง
แน่นอนว่า 8 พรรคจะต้องร่วมมือกันต่อสู้ในสมรภูมิแต่งตั้งนายกฯ ที่หนักหนาสาหัสมากๆ!
วงค์ ตาวัน