การพูดถึงวันรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 สำหรับในปีนี้ ไม่เป็นที่กล่าวขวัญอะไรกันมากนัก เพราะสถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนไปอย่างมากมาย ถ้าย้อนไปก่อนหน้านี้ ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา เมื่อครบรอบ 19 กันยายน จะต้องเป็นประเด็นใหญ่ตอกย้ำการใช้อำนาจกองทัพมาล้มล้างประชาธิปไตย
ส่วนหนึ่งที่ทำให้บรรยากาศวันครบรอบรัฐประหาร 19 กันยายน เงียบๆ ไป เกี่ยวเนื่องกับบุคคลสำคัญที่สุดของเหตุการณ์ดังกล่าว คือ นายทักษิณ ชินวัตร
เพราะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 คือ การโค่นล้มรัฐบาลทักษิณ และทำให้ทักษิณต้องลี้ภัยในต่างแดนมายาวนาน
แต่มาวันนี้ ทักษิณได้กลับมาอยู่เมืองไทยเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ยังมีโทษจองจำ ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจ ยังไม่สามารถออกมาเดินเล่น นอนบ้าน นั่งร้านอาหารได้
ความที่ทักษิณกลับมาแล้ว เรื่องบาดหมางระหว่างทักษิณกับเครือข่ายอำนาจนอกระบบจบลงแล้ว
สถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ทำให้บรรยากาศการพูดถึง 19 กันยายน ก็เปลี่ยนไปด้วย!!
ทักษิณโดนทหารโค่นล้มเมื่อ 17 ปีก่อน พร้อมกับต้องใช้ชีวิตในต่างแดนมาตลอด
จึงเป็นสัญลักษณ์ของเหตุการณ์ ที่ตอกย้ำการแทรกแซงการเมืองไทยของกองทัพ
อีกทั้งยังมีการรัฐประหารเกิดขึ้นซ้ำอีกในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เพื่อล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์
แล้วจากปี 2557 ยังมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ต่อถึง 9 ปี ยิ่งตอกย้ำพิษภัยรัฐประหาร
ดังนั้นครบรอบ 19 กันยายนในทุกปี จึงมีประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ทหารร้อนแรงทุกปี!
แต่ก็นั่นแหละ การตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งในปี 2566 ทำให้เพื่อไทยกับเครือข่ายอำนาจเก่าจับมือกันได้
มีไฟเขียวให้ทักษิณกลับบ้านได้ เครือข่ายรัฐบาลเก่าร่วมสนับสนุนให้เพื่อไทยตั้งรัฐบาลได้
จนนำมาสู่ปรากฏการณ์วันที่ 22 สิงหาคม ที่คลี่คลายทุกสิ่งทุกอย่าง!
เช้าวันนั้นทักษิณบินกลับมาถึงไทยอย่างราบรื่น พร้อมกับเข้าเรือนจำและเข้าโรงพยาบาล
ในวันเดียวกัน สส.และสว.โหวตเลือกนายเศรษฐาเป็นนายกฯ ด้วยเสียงท่วมท้น
จึงกล่าวได้ว่า ปรากฏการณ์ 22 สิงหาคม 2566 ส่งผลย้อนหลังไปยังเหตุการณ์ 19 กันยายน 2549*
บัดนี้เครือข่ายอำนาจกองทัพ อำนาจอนุรักษนิยมการเมือง สงบศึกกับทักษิณและเพื่อไทยแล้ว
การเมืองกลับสู่ความราบรื่น เปิดทางให้เพื่อไทยใช้ฝีมือทางเศรษฐกิจมาพลิกฟื้นประเทศ
แต่การสงบศึกครั้งนี้จะมีผลดีในระยะยาวอย่างไรยังตอบไม่ได้ โดยเฉพาะต่อพัฒนาการของประชาธิปไตย ต่ออำนาจของประชาชน
สำคัญที่สุดยังไม่มีหลักประกันอย่างมั่นคงว่า กองทัพจะไม่แทรกแซงการเมือง ไม่ล้มประชาธิปไตยอีก!?!
วงค์ ตาวัน