การแก้ปัญหาสถานการณ์ไฟใต้ของรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน มีการวางตัวบุคคลที่น่าสนใจอย่างมาก จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคาร ได้มีการแต่งตั้งเลขาธิการศอ.บต.หรือศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ แทน พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร ที่ครบเกษียณอายุ
เลขาธิการศอ.บต.คนใหม่ คือ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ โยกจากอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ มีการตั้งคำถามถึงนโยบายการแก้ไขสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ของนายกฯเศรษฐา ทำนองว่าไม่ได้เขียนเอาไว้ให้ชัดเจนในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
ทั้งๆ ที่ รัฐบาลชุดนี้ มีพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งไม่ควรสงสัยถึงความสามารถในการคลี่คลายปัญหาชายแดนภาคใต้
เพราะพ.ต.อ.ทวี เคยเป็นเลขาธิการศอ.บต.ยุคที่เข้าถึงมวลชนได้เป็นอย่างดี เคยเป็นทีมเจรจาดับไฟใต้ที่เกือบจะสำเร็จอยู่แล้ว
ดังนั้นเมื่อมีชื่อพ.ต.ท.วรรณพงษ์ โยกจากกระทรวงยุติธรรม ลงไปทำงานดับไฟใต้ ยิ่งทำให้เชื่อมั่นได้ว่า การแก้ปัญหามีอนาคตแน่ๆ!
เนื่องจากพ.ต.ท.วรรณพงษ์ เป็นข้าราชการรุ่นใหม่ ความคิดทันสมัย ทำงานตรงไปตรงมา
เป็นลูกชายของพล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์ อดีตนายตำรวจที่ได้รับความเชื่อถืออย่างสูง
โดยพ.ต.ท.วรรณพงษ์ เคยเป็นนายตำรวจกองปราบฯ และย้ายมาทำงานที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม พร้อมกับพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง
อยู่ในหน่วยงานสำคัญๆ ของกระทรวงยุติธรรม ทั้งในดีเอสไอ เป็นผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และสุดท้ายเป็นอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
ถือว่าครบเครื่อง แนวคิดแนวทางคล้ายคลึงกับพ.ต.อ.ทวี จึงเหมาะอย่างมากกับตำแหน่งสำคัญในพื้นที่ภาคใต้!!
ดังที่รู้กันว่า ความขัดแย้งในภาคใต้ ไม่ได้ไปไกลถึงขั้นการแบ่งแยกดินแดน
แต่ยังอยู่ในขอบเขตของประเด็นความไม่เป็นธรรมในพื้นที่ การยอมรับอัตลักษณ์ของคนในพื้นที่
ต้องปรับรูปแบบการปกครองบางส่วน ให้ยอมรับความต่างเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา
ให้เกียรติ ให้ความเสมอภาค
แล้วความขัดแย้งจะค่อยๆ ลดระดับลงไป
พ.ต.อ.ทวี เคยลงไปทำงานแนวทางนี้ สมัยเป็นเลขาฯ ศอ.บต.จนประสบความสำเร็จ แล้วยกระดับเป็นคณะเจรจาดับไฟใต้ ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จนเกือบจะดับไฟได้อยู่แล้ว ถ้าหากไม่มีรัฐประหารเมื่อปี 2557
เข้าสู่ยุครัฐบาลทหาร แล้วสถานการณ์ก็ยิ่งไปกันใหญ่
วันนี้รัฐบาลเศรษฐา คงจะเดินแนวทางเหมือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ใช้การพูดคุย ใช้การเมืองนำการทหาร
ยิ่งมีพ.ต.ท.วรรณพงษ์ลงไปเป็นเลขาธิการศอ.บต.
ยิ่งน่าจับตาแนวทางใช้งานมวลชน ใช้การเมืองนำหน้า!
วงค์ ตาวัน