คาดหมายว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า จะมีวาระแต่งตั้งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติหรือสมช. และชื่อของผู้ที่เป็นตัวเต็งจะมานั่งเก้าอี้นี้ มาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั่นคือ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผบ.ตร.
โดยพล.ต.อ.รอย เป็นรองผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 และไม่ได้ขึ้นเป็นผบ.ตร. ในการพิจารณาแต่งตั้งผู้นำตำรวจเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา
ตอนนั้นมติของก.ตร. เห็นชอบให้พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็นผบ.ตร. โดยมีประเด็นความรู้ความสามารถความเหมาะสม เป็นแรงผลักจนสามารถแซงอาวุโสได้
หลังการแต่งตั้งบิ๊กต่อเป็นผบ.ตร.ใหม่ ก็มีข่าวทำนองว่า อาจขยับให้พล.ต.อ.รอย ไปมีตำแหน่งสำคัญใน หน่วยงานอื่น ซึ่งสอดรับกับงานของตำรวจ
จนล่าสุดมีข่าวว่า พล.ต.อ.รอย น่าจะได้ไปนั่งเก้าอี้เลขาธิการสมช.ที่ว่างลง อันเป็นการได้เลื่อนตำแหน่ง สูงขึ้นเมื่อเทียบกับรองผบ.ตร.
แต่ประเด็นสำคัญกว่า ที่แวดวงตำรวจเฝ้ามองคือ ผู้จะเลื่อนขึ้นมาเป็นรองผบ.ตร.!!
การขยับบิ๊กรอยไปขึ้นเป็นเลขาธิการสมช.
ทำให้ตำแหน่งรองผบ.ตร.ว่างลงทันที ต้องแต่งตั้งจาก ผู้ช่วยผบ.ตร. ยึดตามลำดับอาวุโส
พบว่าผู้ช่วยผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 คือ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข
เป็นอันแน่นอนว่า ถ้าพล.ต.อ.รอยไปเป็นเลขาธิการสมช.เมื่อไหร่
ผู้ช่วยผบ.ตร.ที่จะขึ้นมาแทนต้องเป็นพล.ต.ท.ประจวบ จึงเป็นบุคคลที่วงการสีกากีจับตามองทันที!
ชื่อเสียงของพล.ต.ท.ประจวบ ว่าที่รองผบ.ตร.คนใหม่ อยู่ในกระแสข่าวจากเหตุการณ์เดินทางกลับประเทศไทยของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร
โดยผบ.ตร.ขณะนั้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ แต่งตั้งพล.ต.ท.ประจวบ ให้ดูแลด้านความปลอดภัยและการจราจรในวันที่ทักษิณเดินทางกลับไทย
ผลการทำงานเรียบร้อยอย่างดี
แถมดูปูมประวัติเส้นทางการเติบโต จะพบว่า บิ๊กจวบ เติบโตอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือมาโดย ตลอด!
ตั้งแต่เป็นรองสารวัตรจนถึงผู้กำกับฯ อยู่ในพื้นที่เชียงใหม่
จากนั้นเติบโตในย่านจังหวัดใกล้เคียง จนได้ขึ้นเป็นผบช.ภาค 5 คุมภาคเหนือ
ถ้าหากพล.ต.ท.ประจวบ เลื่อนขึ้นเป็นรองผบ.ตร. ในเร็วๆ นี้ ยิ่งเป็นที่จับตามอง
เนื่องจากจะครบเกษียณในปี 2568 ขณะที่ บิ๊กต่อผบ.ตร.คนปัจจุบันเกษียณในปี 2567
การขยับพล.ต.อ.รอยไปเป็นเลขาธิการสมช.ก็น่าสนใจ
แต่ที่น่าสนใจกว่าคือการขึ้นเป็นรองผบ.ตร.ของพล.ต.ท.ประจวบ!!
วงค์ ตาวัน