เทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ปลุกการเดินทางท่องเที่ยว ผู้คนไปชุมนุมเนืองแน่นในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ช่วยให้การจับจ่ายซื้อขายเป็นไปอย่างคึกคัก ส่งผลต่อผู้ประกอบการธุรกิจร้านค้า ทั้งรายใหญ่ ยันพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย หน้าตาสดใสกันไปทั่ว

แต่เมื่อภาพรวมเศรษฐกิจของโลกยังซบเซา มีผลต่อบ้านเราเองด้วยเช่นนี้

จบจากปีใหม่ คนทำมาค้าขายทั้งหลาย รู้สึกเหมือนความตื่นเต้นดีใจมีเพียงแค่วูบเดียว ต้องกลับมาสู่ความหวั่นไหวถึงอนาคตข้างหน้า

พร้อมๆ กับคาดหวังกันว่า เทศกาลสงกรานต์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า จะช่วยให้เศรษฐกิจคึกคักอีกครั้ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อรัฐบาลจะผลักโครงการสงกรานต์เวิลด์เฟสติวัล

มีกิจกรรมเฉลิมฉลองสงกรานต์ตลอดทั้งเดือน เพื่อดึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก!

คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ นำโดยอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร กำลังเร่งเตรียมการโครงการนี้อยู่

จุดสำคัญคือ การจัดกิจกรรมสงกรานต์หมุนเวียนไปทั่วประเทศ เน้นวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นจุดเด่นอยู่แล้วของแต่ละจังหวัด

อย่างเช่น สงกรานต์ประเพณีของพื้นที่ดังๆ วันไหลของหลายๆ จังหวัด

เน้นจัดโชว์กิจกรรมงานวัฒนธรรมประเพณี

ไม่ใช่เล่นสาดน้ำกันทั้งเดือนแบบที่ตีความกันผิดๆ!?!

ถึงขนาดที่ว่า มีบางคนเข้าใจผิดตกอกตกใจ งัดเอลนีโญออกมาร้องเตือน ว่าเป็นช่วงแล้งจัด จะเล่นน้ำกันตลอดเดือนได้ไง

บ้างก็หวั่นไหวไปอีกทาง นึกถึงสงกรานต์ทุกปี รถราติดไปทั้งเมือง ถ้ารถติดตลอดทั้งเดือน จะไปทำงาน ไปเรียนหนังสือได้อย่างไร

ทั้งหลายทั้งปวง เข้าใจกันไปในทางที่ผิด และมีกระบวนการปั่นให้ตกใจกันผิดๆ !!

ถ้าไปอ่านรายละเอียด ฟังรายละเอียดให้ดี จะพบว่า เป็นการจัดกิจกรรมที่หมุนเวียนกันไป

เช่น งานสงกรานต์กรุงเก่าอยุธยา ประเพณีปีใหม่เมืองเชียงใหม่ งานอันดามันสงกรานต์เฟสติวัล เทศกาลดอกคูนเสียงแคน งานวันไหลนาเกลือ งานวันไหลบ้านบึง

สรุปง่ายๆ ว่า คงจะเล่นสาดน้ำกันก็ช่วงวันที่ 13 เมษายนนั่นแหละ

แต่ความคึกคักของมหกรรมกิจกรรมประเพณีต่างๆ ที่จะจัดกันตลอดเดือน เป็นจุดที่รัฐบาลคาดหวังจะดึงการท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้หลั่งไหลเข้ามา

จะสำเร็จขนาดไหน มีเงินทองหลั่งไหลเข้ามามากมายเพียงใด!?

คงต้องขึ้นกับการโปรโมตของรัฐบาล ส่งข่าวสารถึงคนทั่วโลก ที่ควรจะเริ่มต้นได้แล้ว

อย่าลืมว่า สงกรานต์เฟสติวัล เป็นความหวังครั้งใหญ่ในการฟื้นเศรษฐกิจของคนทั้งประเทศ!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน