ผลการโหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วาระแรก ซึ่งสภามีมติรับหลักการไปเรียบร้อยแล้วด้วยเสียง 311 ต่อ 177 เสียง ไม่ผิดคาด แต่มีประเด็นติดตามมา เมื่อสส.ฝ่ายค้านเสียงแตกมาร่วมโหวตเห็นชอบด้วย

โดยเฉพาะพรรคไทยสร้างไทย มีถึง 3 เสียงที่โหวตสวนมติของพรรคฝ่ายค้าน

มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทำนองว่า ในที่สุดก็มีงูเห่าโผล่ในสภาชุดนี้!?!

แต่กรณีงูเห่าในสภาชุดนี้ แตกต่างกับงูเห่าในสภาชุดก่อน

ชุดก่อนภายใต้รัฐบาลประยุทธ์นั้น เสียงฝ่ายรัฐบาลเกินกว่าครึ่งของสภาไม่กี่สิบเสียง จึงต้องมีงูเห่าที่มีผู้เลี้ยงดู มีการแจกกล้วยก่อนโหวตทุกครั้ง

ส่วนสภาชุดรัฐบาลเพื่อไทย มีเสียงสส.ถึง 314 เสียง เกินกว่าครึ่งไปมาก ไม่จำเป็นต้องเพาะเลี้ยงงูเห่าและป้อนกล้วย!

กรณีสส.ที่แหกมติของพรรคฝ่ายค้านที่ให้โหวตคว่ำร่างพ.ร.บ.งบประมาณ แต่ดันโหวตเห็นด้วย

พฤติการณ์จะเรียกว่างูเห่าก็ได้ แต่ที่แหกมติไม่ใช่เพราะได้รับกล้วย

เป็นเพราะต้องการขอจัดแบ่งงบประมาณไปลงพื้นที่ของตนเอง!!

ฟังเหตุผลก็น่าเห็นใจ แต่เมื่อแหกมติก็ต้องรับผิดชอบ ต้องมีกระบวนการสอบสวน

ที่แน่ๆ ทำให้นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ยื่นลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย เพื่อแสดงความรับผิดชอบ!

เรื่องการจัดงบประมาณไปลงพื้นที่ ถือเป็นความจำเป็นของสส.ส่วนใหญ่

จะเรียกว่าเป็นการเมืองแบบเก่าๆ ก็ได้ แต่ในหลายพื้นที่นั้น ชาวบ้านรอความหวังจากผู้แทนราษฎร ที่เลือกเข้าไป ให้มาดูแลแก้ไขปัญหาความขาดแคลนต่างๆ

จะเป็นการเมืองเก่า หรือการเมืองในความเป็นจริงก็แล้วแต่จะมอง

ยกเว้นเล่นการเมืองแบบพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นการเมืองใหม่จริงๆ

คือเลือกสส.เข้าไปต่อสู้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างปัญหา ไม่สนใจเรื่องการจัดหางบประมาณมาช่วยชาวบ้าน

แต่กระนั้นก็ตาม คนที่ไม่เลือกสส.แบบก้าวไกล ต้องการสส.แบบลงมาช่วยเหลือแก้ปัญหาในพื้นที่ เขาก็เลือกพรรคอื่นๆ

นี่คือความจริงการเมืองไทย ในยุคกำลังจะเปลี่ยนแปลง แต่ยังไม่ไปอย่างทั่วทั้งหมด อยู่ในภาวะครึ่งๆ กลางๆ นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์งูเห่าจากการโหวตงบประมาณ มีเหตุผลความเป็นมา ยังไม่ควรสรุปว่ามีการแจกกล้วย

ยกเว้นในอนาคตอยากจะย้ายไปสังกัดพรรคร่วมรัฐบาล ต้องจับตากันต่อไป

แต่ที่แน่ๆ เสียงโหวตรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณ พอจะบอกถึงอนาคตของรัฐบาลเศรษฐาที่ว่าจะอยู่ยาว 4 ปีได้ดี!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน