ทุกข์แสนสาหัสของคนไทยในยุคสมัยนี้ นอกจากหนี้เงินกู้นอกระบบ ที่นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ ใช้หลายหน่วยงานลงแก้ปัญหาอยู่ในขณะนี้แล้ว อีกเรื่องใหญ่ที่คุกคามทรัพย์สินเงินทองของคนไทยรุนแรง คงไม่พ้นภัยมิจฉาชีพออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์
เป็นอีกปัญหาใหญ่แห่งยุคที่ประชาชนคาดหวังว่า รัฐบาลเศรษฐาจะเร่งแก้ไขให้ได้
ไม่กี่วันก่อน พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช.ด้านกฎหมาย แถลงถึงมาตรการล่าสุด ควบคุมผู้ถือครองซิมการ์ดโทรศัพท์มือถืออย่างเข้มข้น
โดยซิมการ์ดโทรศัพท์เป็นอุปกรณ์สำคัญที่กลุ่มมิจฉาชีพ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต้องมีและใช้ในการกระทำผิด
ไม่ว่าจะโทร.หาเหยื่อ, ส่งข้อความหรือ sms แนบลิงก์, โอนเงินผ่านอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง
จึงต้องจัดระเบียบซิมการ์ดอย่างจริงจัง!!
ข้อมูลในมาตรการที่ กสทช.ประกาศออกมา เพื่อควบคุมซิมการ์ดอย่างเข้มข้นนั้น
กลายเป็นข้อมูลที่สร้างความตื่นตะลึงไม่น้อย ทำให้ได้รู้ว่ามีผู้ที่ครอบครองซิมการ์ดมือถือมากถึงเกินกว่า 100 เบอร์ก็มี
โดยกำหนดให้ 1.ผู้ที่ถือครองซิมการ์ดตั้งแต่ 6-100 หมายเลข ให้ยืนยันตัวตนภายใน 180 วัน 2.ผู้ที่ถือครอง ซิมการ์ด 101 หมายเลขขึ้นไป ให้ยืนยันตัวตนภายใน 30 วัน
ฟังแล้วน่าสนใจอย่างมากว่า มีคนถือครองซิมการ์ด มากขนาดนี้ เพื่ออะไร ใช้ทำอะไร
นี่กระมังที่ถือว่า เข้าข่ายน่าสงสัยว่าจะเป็นแก๊ง คอลเซ็นเตอร์!?
แต่ต้องแยกแยะให้ดี เพราะมีผู้สุจริตที่จำเป็นต้องใช้เบอร์มือถือจำนวนมาก เพื่อใช้ในการงานที่ถูกกฎหมาย
ดังนั้นมาตรการให้มีการแสดงตน น่าจะช่วยกลั่นกรองได้
ผู้สุจริต คงพร้อมมาแสดงตน อธิบายที่มาที่ไปได้ ส่วนพวกมิจฉาชีพ ถ้าหลบเลี่ยงไม่มารายงานตัว จะโดนพักใช้ ระงับการโทร.ออกและการใช้อินเตอร์เน็ต
และมีเวลาอีก 30 วัน หากยังไม่มีการยืนยันตน จะถูกเพิกถอนการใช้เบอร์ของซิมการ์ดทั้งหมดในที่สุด!
พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร ย้ำว่า มาตรการนี้จะกระทบกับสุจริตชนเพียงน้อยนิด
เพราะผู้ที่อยู่ในข่ายต้องยืนยันตัวตนมีประมาณ 3 แสนราย คิดเป็นร้อยละ 0.5 ของจำนวนผู้ใช้งานทั้งหมด
คงต้องสนับสนุนมาตรการของ กสทช. ที่ให้ผู้ถือครองซิมจำนวนมากตั้งแต่ 6 เลขหมายขึ้นไปมายืนยันตัวตน
มีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 ม.ค.นี้เป็นต้นไป!!
ใครไม่มาแสดงตน ส่อว่าไม่สุจริต สมควรต้องโดนระงับเบอร์
น่าจะเป็นมาตรการช่วยสกัดกั้นเครื่องมือแก๊งอาชญากรออนไลน์ได้ดีทีเดียว!
วงค์ ตาวัน