มีการจัดงานรำลึกถึง “บิลลี่” นายพอละจี รักจงเจริญ ที่บ้านบางกลอย แก่งกระจาน เพชรบุรี ซึ่งเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชนชาวกะเหรี่ยง ที่ถูกอุ้มหาย เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557 โดยปีนี้ครบรอบ 10 ปีแล้ว แต่ความยุติธรรมยังไม่ปรากฏ

ความจริงทุกอย่างชัดเจนอยู่แล้วว่า เป็นฝีมือใคร เพื่ออะไร รวมทั้งไม่ใช่แค่หายตัวไป แต่บิลลี่โดนฆ่าอย่างโหดร้าย พร้อมกับทำลายศพไปแล้ว!

แต่ข้อจำกัดของกฎหมายไทย ทำให้การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเป็นไปอย่างยากลำบาก

จนน่าเป็นห่วงว่า คนบ้าอำนาจ มีอำนาจในมือ หากฆ่าคนตายแล้วลอยนวลได้ ย่อมพร้อมจะกระทำอีกอย่างย่ามใจ

ที่สำคัญ การตายของบิลลี่ มาจากนโยบายการรักษาป่าของเจ้าหน้าที่รัฐที่บ้าอำนาจ เหยียดหมิ่นชาวบ้านที่อยู่อาศัยพื้นที่ป่ามายาวนานก่อนจะประกาศเป็นเขตอุทยาน

ต้องเอาคนออกไปจากป่า ต้องไม่มีมนุษย์อยู่อาศัยในเขตอุทยาน เป็นการรักษาป่าเพื่ออวดอ้างอำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นสำคัญ!!

แน่นอนว่า เราต้องร่วมกันรักษาป่า ต้องมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ซึ่งจะมีผลต่อสภาพแวดล้อมที่ดี อากาศดี ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล

แต่การที่ชาวบ้านชุมชนดั้งเดิม เขาอยู่อาศัยในป่ามานับร้อยปี และมีวิถีชีวิตที่ไม่ทำลายธรรมชาติ สามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างกลมกลืน

ชุมชนแบบนี้ ดูแลรักษาป่า ป้องกันพวกตัดไม้ทำลายป่า ได้ดีกว่าเจ้าหน้าที่อุทยานได้หลายร้อยเท่า!?!

แต่เพราะแนวคิด ป่าต้องมีไม่คนอาศัยอยู่ ต้องเป็นบ้านของสัตว์ป่า โดยชีวิตของคนไม่อยู่ในสายตา

การใช้อำนาจรัฐเข้าขับไล่เผาทำลายบ้าน กวาดต้อนให้ไปอยู่ในพื้นที่ที่รัฐจัดให้ เมื่อชาวบ้านต่อสู้ฟ้องร้องปกป้องสิทธิ์ ลงเอยเป็นการอุ้มและตายในที่สุด!!

ประเด็นสำคัญคือ บิลลี่ เด็กหนุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ซึ่งได้มีโอกาสเรียนหนังสือ จึงมีความรู้ และเข้าใจถึงการรวบรวมพยานหลักฐาน ในการต่อสู้ฟ้องร้องและการพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล

นั่นแหละ บิลลี่จึงต้องโดนจัดการ

บิลลี่จึงหายตัวไปเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557 และต่อมาเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ พบชิ้นส่วนกะโหลกที่พอจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นของบิลลี่

เป็นการยืนยันว่า บิลลี่ถูกฆ่าตายแล้ว!

ฆ่าเพื่อกลบเกลื่อนการปฏิบัติรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐ

ประกาศว่าเขตอุทยานมีแต่อำนาจของเจ้าหน้าที่เท่านั้นที่เหนือกว่าใคร พร้อมกับคำพูดสวยหรู ประเภทเราต้องรักษาธรรมชาติและผืนป่า จะไม่ยอมให้ใครละเมิดกฎหมายเด็ดขาด

ในทางกลับกันเจ้าหน้าที่อุทยานที่ความคิดกว้างไกลหลายคน ในหลายพื้นที่ รู้จักสร้างงานมวลชน

ให้ชุมชนต่างๆ ให้ชาวบ้านเข้าใจในความสำคัญของป่า ร่วมเป็นหูเป็นตา ร่วมกันรักษาผืนป่า เพราะรู้ดีว่ากำลังของเจ้าหน้าที่อุทยาน ไม่มีทางเพียงพอจะดูแลได้ทั่วถึง

ถ้าเรามีเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเก่งแต่การใช้อำนาจ พูดจาหรูหรา ปกป้องป่า รักษาบ้านของสัตว์ป่า แต่ไม่เห็นแก่ชีวิตของผู้คน

ความรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชาวบ้านก็จะเกิดขึ้นไม่สิ้นสุด รวมทั้งจะมีกรณีบิลลี่รายต่อๆ ไปได้อีก!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน