ตอนนี้หลายคนเริ่มวางแผนกันแล้วว่า เงิน 1 หมื่นบาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต จะนำไปซื้ออะไรบ้าง แม้ว่าส่วนหนึ่งจะเน้นซื้อข้าวของ พวกของใช้ของกินในชีวิตประจำวัน แต่จำนวนไม่น้อยคิดเรื่องใหญ่กว่านั้น อุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน เครื่องอำนวยความสะดวกที่ยังขาด บ้างก็เตรียมเอาไปซื้อหนังสือหนังหา อาหารเสริมทางปัญญา

คิดกันไปหลายๆ ทาง ตามความต้องการและความจำเป็นของแต่ละคน

เพราะฉะนั้นอาจจะไปซื้อตามร้านชำ ร้านอาหาร ร้านประจำหมู่บ้าน ร้านประจำอำเภอ หรือจะเข้าร้านสะดวกซื้อของเจ้าสัวก็ได้

เงื่อนไขการใช้เงินดิจิทัลวอลเล็ตที่กระทรวงการคลังแจกแจงมา ชัดเจนว่าซื้อสินค้าอบายมุขไม่ได้ เติมน้ำมัน เติมแก๊สไม่ได้ ส่วนที่ซื้อได้เปิดกว้าง ไม่ได้เจาะจงว่าจะต้องเข้าเฉพาะร้านนั้นร้านนี้ ขึ้นกับความจำเป็นของผู้ได้รับเงิน

ที่ห่วงว่าร้านเจ้าสัวจะรับเละ ก็คงจะไม่ถึงขนาดนั้น

อย่างที่บอก ใครจะไปซื้อของในเซเว่นถึงหมื่นบาท!?!

อีกด้านหนึ่ง ร้านค้า เจ้าของกิจการต่างๆ ที่อยู่ในข่ายเปิดรับลูกค้าดิจิทัลวอลเล็ตได้

ตอนนี้ก็เตรียมวางแผนจูงใจชาวบ้านที่มีเงินหมื่น ให้เข้ามาจับจ่ายใช้สอย

เริ่มตระเตรียมกันแล้ว เริ่มวางแผนโปรโมตกันยกใหญ่

ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามนี้ ถ้าเริ่มโครงการได้ตามไทม์ไลน์ที่ประกาศออกมา ลงทะเบียนไตรมาส 3 รับเงินในไตรมาส 4

ร้านค้าใน 878 อำเภอทั่วประเทศ เตรียมพร้อมได้เลย!!

ขณะเดียวกันมีผลวิจัยของ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีสิทธิได้รับเงินดิจิทัล

พบว่า ร้านค้าท้องถิ่นและร้านสะดวกซื้อจะเป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่ได้ประโยชน์จากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต

โดยเลือกใช้จ่ายเงินในร้านค้าท้องถิ่นราว 40% และร้านสะดวกซื้อ เช่น ซีเจและเซเว่น ราว 26%

ถัดมาเป็นกลุ่มร้านอาหารและร้านขายยา

รวมทั้งร้านอุปกรณ์ยานยนต์และร้านอุปกรณ์การเกษตร

ถ้าถึงเวลาใช้จ่ายกันจริง เป็นไปตามผลวิจัยนี้ ก็น่าจะตรงตามเป้าหมายของรัฐบาล

นั่นคือ เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจ แบบกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ และมุ่งไปที่ร้านค้าท้องถิ่นของชาวบ้าน

ความคึกคักของรายได้ จะมุ่งไปที่ร้านค้าท้องถิ่นใน 878 อำเภอ

ได้แต่ลุ้นว่า ให้โครงการได้ผลตามเป้าหมาย

เพื่อให้ประชาชนมีเงินไว้จับจ่ายซื้อของจำเป็น และร้านค้าทั่วประเทศได้รับประโยชน์กันถ้วนหน้า!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน