หลายคนฟังแล้วก็พากันส่ายหน้า จากกรณีนายปานปรีย์ พหิทธานุกร ลาออกจากรัฐบาล เพียงแค่เหตุผลที่ว่า แม้ยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่ไม่ได้ควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี
เป็นเหตุผลที่นายปานปรีย์ประกาศต่อสาธารณะอย่างเปิดเผยชัดเจน
แล้วเป็นเหตุผลที่ควรตกอกตกใจให้ความสำคัญหรือไม่ ต้องตอบว่าไม่ใช่เลย!!
ก็ยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอย่างเต็มตัว ยังได้ทำงานที่ถนัดเหมือนเดิม แต่ไม่พอใจที่ไม่ได้ควบรองนายกฯ เท่านั้นเอง
เป็นเหตุผลที่ควรจะให้น้ำหนักว่าการลาออกเป็นเรื่องใหญ่โตได้อย่างไร
แต่ก็อย่างว่า บางคนไม่สนใจตีความประเด็นนี้ให้ออก เนื่องจากเป็นโอกาสได้ถล่มรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน อย่างสนุกสนาน!?!
ถัดมา ผลจากการที่นายปานปรีย์ลาออก ซึ่งจะฉุดให้การเริ่มงานของครม.เศรษฐา 1/1 ต้องสะดุด
แต่การที่นายกฯ เศรษฐา ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ในการเลือกนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตทูตหลายประเทศ มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแทน
เพื่อไม่ให้ครม.โดยรวมต้องเสียเวลาไปกับการน้อยอกน้อยใจของคนบางคน พร้อมๆ กับเลือกคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอย่างลงตัว!
เป็นการตัดสินใจที่ทำให้ ครม.เดินหน้าได้ งานกระทรวงการต่างประเทศเดินหน้าได้
เชื่อว่า ถามคนในกระทรวงการต่างประเทศว่า อดีตทูตมาริษ จะนำกระทรวงการต่างประเทศเดินหน้าต่อไปได้อย่างดีหรือไม่ น่าจะมีคำตอบว่าดีแน่ๆ!!
ไม่เท่านั้น ถ้าจะถามว่านายปานปรีย์ลาออกเพราะถูกบีบให้ออกหรือไม่
ถ้าคิดวิเคราะห์ โดยปราศจากอคติ ต้องได้คำตอบว่า แค่ไม่ได้เป็นรองนายกฯ แต่ยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศดังเดิม เป็นการบีบให้ออกอย่างไร
ไม่ได้บีบแน่ๆ แต่นายปานปรีย์ตัดสินใจเองว่าจะไม่อยู่แล้ว ด้วยศักดิ์ศรีอะไรส่วนตัวอะไรทำนองนั้น
เมื่อนายปานปรีย์ลาออกเอง ด้วยความไม่พอใจที่ไม่ได้เป็นรองนายกฯ จึงไม่ใช่กรณีการโดนบีบให้ออกแน่นอน!!
ที่สำคัญ เมื่อนายปานปรีย์ลาออก แล้วนายกฯ เศรษฐาตัดสินใจเลือกอดีตทูตมาริษ ซึ่งเลือกด้วยความเป็นผู้เชี่ยวชาญงานต่างประเทศตัวจริง
เปรียบเทียบแล้ว ไม่ได้ด้อยกว่าปานปรีย์
แสดงว่า การตัดสินใจเลือกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ มีเหตุผลเรื่องการทำงานจริงๆ!!
เพราะต้องการเดินหน้านโยบายให้ประเทศไทยโดดเด่นในเวทีสากล เพื่อนำไปสู่การเชื่อมโยงถึงการเปิดประตูการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว
เราอยู่ในยุคที่เศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำ รัฐมนตรีกระทรวงบัวแก้ว ต้องมีความพร้อมทำงานหนัก
รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ ก็เลยต้องเป็นอดีตทูต ไม่ได้เลือกจากโควตาทางการเมือง!
วงค์ ตาวัน