เป็นเส้นทางสายการเมืองที่สั้นจริงๆ สำหรับนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ที่เพิ่งลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และมีข่าวว่ากำลังจะลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ในสัปดาห์นี้ด้วย
น่าจะเป็นความต้องการลาขาดจากถนนสายนี้อย่างสิ้นเชิง!
จะบอกว่าเพื่อยุติบทบาททางการเมืองก็คงจะไม่ใช่ เพราะนายกฤษฎาไม่ใช่นักการเมือง เป็นปลัดกระทรวงการคลังที่มาทำหน้าที่รมช.คลัง
เมื่อไม่ได้ทำงานที่ถนัด ก็ตัดสินใจไม่อยู่ดีกว่า
อีกทั้งก็มิได้ผูกพันอะไรกับพรรครวมไทยสร้างชาติ เพียงแต่เป็นปลัดคลังที่ทำงานใกล้ชิดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี
เมื่อรวมไทยสร้างชาติร่วมกับพรรคเพื่อไทยในการตั้งรัฐบาล จึงได้รับเชิญจากเครือข่ายของพล.อ.ประยุทธ์ให้มาทำงานในรัฐบาลนี้
โดยนายกฤษฎาลาออกจากปลัดกระทรวงการคลัง เมื่อสิ้นเดือนสิงหาคม 2566 ก่อนจะครบเกษียณอายุ 30 กันยายน เพียง 1 เดือน
ลาออกเพื่อเข้าร่วมรัฐบาลเศรษฐา ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมกับเข้าเป็นสมาชิกพรรคด้วย
จากนั้นเริ่มทำงานเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในเดือนกันยายน 2566
จนกระทั่งเมื่อปรับครม.เศรษฐา1/1 เกิดผลกระทบจากการเพิ่มรมช.คลังขึ้นมาอีกคน
การที่กระทรวงคลัง มีรมช.ถึง 3 เก้าอี้ บ่งบอกว่ามีมากเกินงาน เป็นประเด็นที่น่าสนใจว่าเกิดอะไรขึ้น!?!
นี่แหละที่ทำให้นายกฤษฎาอึดอัดจนต้องลาออก เพราะได้รับงานรับผิดชอบลดน้อยลงไป
เรื่องของเรื่อง มาจากการจัดโผปรับครม.นั้น เดิมทีมีรมช.คลังแค่ 2 ราย
แต่ผิดคิวที่กระทรวงกลาโหม เดิมทีจะมีชื่อพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ มาเป็นรมช.กลาโหม ในโควตารวมไทยสร้างชาติ เครือข่ายอดีตนายกฯ ประยุทธ์นั่นแหละ
เก้าอี้รมช.กลาโหม คือการนำเอาโควตารมช.คลังมาใช้!
ในโผแรกจึงไม่มีนายกฤษฎาอยู่ในครม. ฝ่ายเพื่อไทยจึงจัดนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล มือทำงานดิจิทัลวอลเล็ตมาเป็นรมช.คลัง
สุดท้ายเพราะมีการพลิกโผในกลาโหม ทำให้ไม่มีปรับเปลี่ยนอะไร
เก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการของรวมไทยสร้างชาติ จึงกลับมาอยู่ที่นายกฤษฎา คราวนี้เก้าอี้รมช.คลังก็เลยกลายเป็น 3 ตำแหน่ง การแบ่งงานจึงไม่ลงตัว
นายกฤษฎาจึงต้องหยุดเส้นทางการเมืองอันแสนสั้น ร่วมทำงานในรัฐบาล เพียงแค่ 7-8 เดือนเท่านั้น
ถ้ามีการปรับเก้าอี้รมช.ของรวมไทยสร้างชาติ ไปลงกระทรวงอื่นอาจไม่เกิดปัญหา
เป็นประเด็นที่รวมไทยสร้างชาติต้องไปขบคิดกันต่อไปว่าจะให้ใครมาแทน และให้เป็นรมช.อะไร!?
วงค์ ตาวัน