ดูจากความเคลื่อนไหวของคณะอนุกรรมการกำกับการดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ที่มี 2 รมช.คลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง
จะพบว่ามีความคืบหน้าของโครงการอย่างชัดเจน จนเชื่อได้ว่าไม่มีการขยับเขยื้อนเลื่อนเวลาอีกแล้ว!
ไตรมาส 3 จะเริ่มลงทะเบียน แล้วไตรมาส 4 แจกเงินสู่ประชาชน 40-50 ล้านคน ค่อนข้างแน่
เผลอๆ อาจจะขยับมาเร็วขึ้นกว่าเดิมได้ด้วยซ้ำ ต้องติดตามข่าวกันต่อไป
โดยต้องบอกว่า ข่าวจากคณะอนุกรรมการดังกล่าว ต่อไปนี้คงมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ์ของประชาชนที่เข้าข่ายได้รับเงิน 1 หมื่นบาทนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
อย่างล่าสุด มีข้อสรุปผู้มีสิทธิ์เพิ่มอีก 4 กลุ่ม สามารถใช้บัตรประชาชนแทนได้ ทดแทนการเข้าไม่ถึงมือถือ !!
4 กลุ่มนี้ คือ กลุ่มคนไม่มีสมาร์ตโฟน ผู้ป่วยติดเตียง คนชรา ผู้พิการ
มีทางออกให้แล้ว เพื่อให้ได้สิทธิ์รับ 1 หมื่นบาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต
รับกับเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนวงกว้างมากที่สุด ได้จับจ่ายเงินดิจิทัลวอลเล็ต ให้เกิดผลกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วรุนแรง
แต่ยังมีคนอีกหลายกลุ่มที่ต้องเฝ้ารอคำตอบ อย่างเช่น พระภิกษุ นักโทษในเรือนจำ
จึงต้องติดตามการแถลงข่าวของทีมทำงานโครงการดิจิทัลวอลเล็ตกันให้ดี เห็นหน้าเห็นชื่อจุลพันธ์ เผ่าภูมิ พูดจาอะไร ต้องรีบอ่าน รีบฟัง!
ขณะเดียวกันที่มีความชัดเจนอีกอย่าง เชื่อว่า เป็นความหวังของคนจำนวนมาก ที่รอสิทธิ์ 1 หมื่น
คือ การนำเงินไปซื้อสินค้ามูลค่าสูงและจำเป็นในชีวิตยุคปัจจุบัน เช่น สมาร์ตโฟน เครื่องใช้ไฟฟ้า
คณะอนุกรรมการดิจิทัลวอลเล็ต มีข้อสรุปแล้วว่า ซื้อได้ คงตรงกับที่หลายคนหวังว่า เพราะการงานยุคใหม่ จำเป็นต้องใช้สมาร์ตโฟนอย่างยิ่ง!
พร้อมกับสรุปรายชื่อสินค้าต้องห้ามออกมาแล้ว 16 รายการ
สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ กัญชา กระท่อม บัตรกำนัล บัตรเงินสด ทอง เพชร พลอย อัญมณี น้ำมัน ก๊าซ บริการต่างๆ เช่น ร้านตัดผม ร้านทำผม ร้านนวด
เป็นเงื่อนไขที่ผู้มีสิทธิ์ได้รับ 1 หมื่นบาท และร้านค้าต่างๆ จะได้เข้าใจตรงกัน
น่าจะยืนยันได้ว่า ราวไตรมาส 4 หรือตุลาคมเป็นต้นไป ดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ได้ฤกษ์จับจ่ายแน่ๆ
เป็นโอกาสของประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป ที่มีเงินเดือนไม่เกิน 7 หมื่น เงินในบัญชีไม่เกิน 5 แสนบาท ได้จับจ่ายสินค้าที่จำเป็น
ขณะที่รัฐบาลก็เฝ้ารอวันกระตุ้นเศรษฐกิจให้คืนชีพและการภาษีอย่างเป็นกอบเป็นกำ!
วงค์ ตาวัน