เมื่อมีรายละเอียดโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ปรากฏออกมาชัดเจนมากขึ้น เป็นสัญญาณยืนยันว่า ไตรมาส 3 นี้ได้ลงทะเบียน และเริ่มแจกเริ่มนำมาจับจ่ายใช้สอยได้แน่ในไตรมาส 4 เป็นข่าวดีของประชาชน 40-50 ล้านคนที่เฝ้ารอคอยอยู่ เป็นความหวังภายใต้สภาพเศรษฐกิจยังฝืดเคือง

ตอนนี้หลายครอบครัว ที่มีสมาชิกหลายคนมีสิทธิ์ได้รับ 1 หมื่นดิจิทัลวอลเล็ต เริ่มวางแผนการซื้อหาข้าวของจำเป็นสำหรับในบ้านแล้ว

บางบ้านรวมได้ 3 หมื่น 4 หมื่น 5 หมื่นบาท ก็นำมาทำอะไรได้มากมาย เพื่อปรับปรุงหรือเสริมเติมสิ่งที่ขาดในบ้าน

ขณะที่ร้านค้าต่างๆ เริ่มวางแผน จัดโปร จัดแพ็ก เพื่อจูงใจลูกค้าที่มีคนละ 1 หมื่นในมือ

ภาพรวมเชื่อได้ว่า น่าจะตรงตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้คือการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่

ที่สำคัญเป็นการปูทางนำสังคมไทย ก้าวไปสู่ระบบเงินดิจิทัล เพื่อสร้างระบบการเงินของประเทศที่ทุกธุรกรรมตรวจสอบได้ ขจัดเงินเทา เงินใต้โต๊ะ เงินนอกระบบ!

อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ เกิดคดีใหญ่ในแวดวงบิ๊กสีกากี

หลักฐานสำคัญคือ เส้นเงิน ซึ่งก็คือ เส้นทางการเงินที่ตรวจสอบได้

ถ้าเป็นยุคก่อนเก่า จะมีแต่เงินนอกระบบที่ยากตรวจสอบ หิ้วเงินสดๆ มาจ่าย มาวางใต้โต๊ะ ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้!?

แต่เพราะโลกการเงินเปลี่ยนไป ระบบโมบายแบงกิ้ง ระบบโอนเงินออนไลน์เข้ามาแทนที่

นี่จึงกลายเป็นจุดตาย จุดพบหลักฐาน เพราะเกิดเส้นทางการโอนเงิน!

เชื่อได้ว่า หลังจากเกิดคดีใหญ่ครั้งนี้ ในแวดวงธุรกิจสีเทา ก็จะเริ่มกลับไปใช้ระบบโบราณ

ถ้าไม่จำเป็นคงไม่มีการโอนเงินออนไลน์กัน

แต่ในอนาคตพวกเทาๆ จะลำบาก หากระบบการเงินของบ้านเราก้าวไปสู่ระบบเงินดิจิทัลเต็มตัว มีระบบเทคโนโลยีทันสมัยควบคุมระบบเงิน

ถึงเวลานั้นทุกธุรกรรมจะตรวจสอบได้ เงินทุกบาททุกสตางค์จะต้องอยู่ในระบบ ไม่มีอีกแล้วเงินสดๆ ที่เก็บซุกซ่อนไว้ใช้จ่ายแบบนอกระบบ!

กระนั้นก็ตาม วันนี้รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน กำลังเริ่มปูทางระบบการเงินไทย

เมื่อเริ่มต้นโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ก็ยังมีคนจำนวนหนึ่งที่ยังมีอุปสรรค

ดังนั้นยังต้องมีการแยกคนกลุ่ม สูงวัย คนพิการ ที่เข้าไม่ถึงสมาร์ตโฟน

ให้สามารถรับสิทธิ์และใช้จ่ายด้วยบัตรประชาชน

แต่ในอนาคตคนไทยทุกวัย ต้องสามารถขยับสู่การเงินระบบใหม่

เหมือนหลายประเทศในโลกนี้ ที่ก้าวสู่ยุคไร้เงินสดไปแล้ว ทุกเพศวัยจับจ่ายผ่านมือถืออย่างเดียว!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน