พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งอยู่ในช่วงถดถอยทางการเมือง กลายเป็นพรรคขนาดกลาง พร้อมๆ กับเป็นที่ จับตามองว่า จะพลิกฟื้นสถานการณ์ให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนในอดีตได้หรือไม่ ได้อย่างไร

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเปลี่ยนแกนนำพรรค มาสู่ยุคของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค มีนายเดชอิศม์ ขาวทอง เป็นเลขาธิการพรรค

ถือว่าเป็นยุคที่พ้นจากกลุ่มอำนาจเก่า กลุ่มผู้อาวุโส มาสู่ยุคที่ฉีกไปจากเดิมๆ คือ มาแนวคนน้ำใจกว้างขวาง ใจถึงพึ่งได้ อะไรแบบนี้

แต่ก็นั่นแหละ กว่าจะปรับเปลี่ยนได้ก็ดังที่รู้กันว่า การต่อสู้ภายในพรรคนี้เป็นไปอย่างดุเดือด

การประชุมล่มครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้อาวุโสกับกลุ่มนายเฉลิมชัย

กว่าจะชนะกันได้ใช้เวลาอยู่หลายเดือน จนเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2566 จึงเข้าสู่ยุคเฉลิมชัย-เดชดิศม์อย่างเด็ดขาด!

จะว่าไปแล้ว ถ้าประชาธิปัตย์ไม่ปรับเปลี่ยน ไม่พ้นจากยุคผู้อาวุโส ก็ดูไม่ออกว่าจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร

เพราะสถานการณ์ที่มีแต่เล็กลงเรียวลงนั้น น่าจะเป็นเพราะผู้อาวุโสเหล่านั้น ตกยุคไปแล้วจริงๆ

แต่พร้อมๆ กัน การเปลี่ยนใหม่ โดยเปลี่ยนแบบพลิกแนวฉีกไปจากเดิมๆ อย่างมาก ก็ยังไม่เห็นชัดว่า จะพลิกฟื้นกลับคืนได้หรือไม่!?

มาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นายเฉลิมชัยนำทีมผู้บริหารพรรคยุคใหม่ เดินสายไปพบปะผู้นำท้องถิ่น ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา

พร้อมกับเสนอสโลแกนใหม่ ต่อไปนี้ประชาธิปัตย์ “ต้องคบได้ โม้ให้น้อยลง”

แถมนายเฉลิมชัยเน้นย้ำว่า จะต้องลบความรู้สึกเดิมๆ ลบความเป็นอนุรักษนิยมแบบเก่าออกไป

ประกาศจะนำประชาธิปัตย์กลับมาชนะเลือกตั้ง ให้มีสส.เพิ่มขึ้น จะหักปากกาโพล ที่ระบุว่าถ้าเลือกตั้งวันนี้ ประชาธิปัตย์จะเหลือสส.ลดลงไปอีก

ยังมีเวลาอีกไม่น้อย กว่าจะถึงเลือกตั้งครั้งหน้า คงต้องคอยดูพัฒนาการของพรรคนี้กันต่อไป

แต่ดูจากสโลแกนของนายเฉลิมชัยที่ว่า ต้องคบได้ โม้ให้น้อยลง ก็เป็นทิศทางของประชาธิปัตย์ยุคนี้จริงๆ!

คือ พร้อมเป็นมิตรกับทุกฝ่าย ไม่ต้องมีกรอบใดๆ มาปิดกั้น และไม่ใช่ดีแต่พูด อันเป็นเอกลักษณ์ของยุคเดิม

ทำให้ต้องนึกถึงช่วงจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ที่ประชาธิปัตย์ขั้วเฉลิมชัย-เดชอิศม์ ร่วมโหวตให้นายเศรษฐา ทวีสิน ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

ถ้าตอนนั้นประชาธิปัตย์เลือกตั้งในพรรคได้เรียบร้อยทันเวลา ก็มีโอกาสอย่างมากจะได้ร่วมรัฐบาล

จนเชื่อกันว่า สงครามภายในตอนนั้น เกิดเพราะอีกฝ่ายต้องการถ่วงเวลา เพื่อให้ตกขบวนรถไฟสาย“ครม.”

ถ้ารัฐบาลนี้อยู่ไปยาวๆ ก็ยังไม่แน่ว่าจะปรับครม.อีกกี่ครั้ง และจะมีพรรคใหม่เข้ามาเสริมหรือไม่

ภายใต้คำยืนยันว่า พรรคนี้คบได้และจะโม้ให้น้อยลง!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน