นโยบายกวาดล้างยาเสพติดให้ได้ผลใน 3 เดือน ที่นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ประกาศเมื่อ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา เท่ากับว่าพื้นที่เป้าหมาย 25 จังหวัด จะต้องวัดผลสำเร็จให้เห็นได้ชัดเจน ภายในวันที่ 30 กันยายนนี้
พอดูวันที่ 30 กันยายน มีความหมายสำคัญมากทีเดียว เป็นช่วงแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการใหญ่ประจำปีนั่นเอง!
เชื่อได้ว่า ผลสำเร็จของงานแก้ไขปัญหายาเสพติดที่นายกฯ เศรษฐาประกาศดังกล่าว จะมีผลต่อการแต่งตั้งโยกย้าย ในวาระปีงบประมาณ
ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ผู้การตำรวจจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด คงต้องตื่นตัวกันให้มาก
เพื่อเร่งทำให้พื้นที่รับผิดชอบ คลี่คลายปัญหายาเสพติดได้ชัดเจน ภายใน 3 เดือนนี้
จะมีผลต่อตำแหน่งหน้าที่ และมีผลต่อสังคมประเทศชาติ ทำให้สังคมไทยเข้มแข็งขึ้น ลูกหลานมีคุณภาพ ไม่เป็นเหยื่อยาเสพติด!!
จริงๆ แล้ว การแก้ปัญหายาเสพติด เป็นเครื่องหมายการค้าของเพื่อไทย เป็นเครดิตมาตั้งแต่ยุค ทักษิณ ชินวัตร เป็น นายกฯ
เพียงแต่แนวทางต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับยุคสมัย
ยุคทักษิณนั้น เปิดสงครามยาเสพติด ด้านหนึ่งได้ผลทำให้ยาบ้าแทบสูญพันธุ์ แต่อีกด้านคนตายเพราะการฆ่าตัดตอนมีจำนวนสูงมาก จึงถูกวิจารณ์หนัก!?
มาในยุคเศรษฐา ตามนโยบายที่ประกาศล่าสุด ทำแบบครบวงจร
ผู้ว่าฯ ซีอีโอนำทัพ ตำรวจ ทหาร ป.ป.ส. ระดมจับกุมผู้ค้า มีองค์กรท้องถิ่น สาธารณสุข รวมทั้งกระทรวงยุติธรรม นำผู้เสพบำบัดรักษา และหาอาชีพให้เพื่อไม่หวนกลับไปอีก
นอกจากนี้ต้องเอกซเรย์ลงไปตามหมู่บ้าน กลุ่มเสี่ยง วัยรุ่นสงสัย ต้องมีการตรวจสอบ ตรวจฉี่
ถ้าพบว่าเสพ ไม่ได้ค้า ต้องไปบำบัด หาทางออกให้ชีวิตเดินไปข้างหน้ามีความหวัง ไม่ยุ่งกับยาเสพติดอีก
ตามคำประกาศของเศรษฐา คือ ทั้งปราบปรามจับกุมผู้ค้า สกัดกั้นชายแดน แต่ไม่ถึงกับเปิดสงคราม มีทั้งตรวจสอบหากลุ่มเสี่ยง นำผู้เสพไปบำบัด ทำให้ครบทุกด้าน!
เป็นเพราะว่า ในยุคเศรษฐา ระดมปราบ ระดมจับ ทหารสกัดตามชายแดน ผลการจับกุมเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า
แต่ปริมาณยาไม่ได้ลดลง คนเสพยังเกลื่อนเมือง เพี้ยนอาละวาดไปทั่ว ทำให้สรุปได้ว่า ปราบปรามจับกุมอย่างเดียวไม่พอ ต้องแก้ด้านอื่น ทำให้ครบวงจร
ใช้ความรุนแรง สร้างความหวาดกลัว ด้านเดียว ไม่สามารถแก้ได้!!
ต้องสืบจับ ต้องยึดทรัพย์ ต้องกวาดล้าง พร้อมกับต้องแก้ผู้เสพให้ลดหายไปให้ได้
นโยบายที่ประกาศใหม่นี้ น่าจะลงตัว น่าจะทำให้สังคมไทยคลี่คลายปัญหาผู้คนเป็นเหยื่อยาเสพติดให้ดีขึ้นได้
แต่ขึ้นกับผู้ปฏิบัติ ถ้าทำงานจริง ระดมกันคนละไม้คนละมือจริง อนาคตลูกหลานเราก็น่าจะดีขึ้น
อย่าลืม 30 กันยายนนี้ ต้องเห็นผล และตรงกับช่วงแต่งตั้งโยกย้ายใหญ่ข้าราชการด้วย!
วงค์ ตาวัน