นโยบายแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่เร่งด่วน ให้ได้ผลภายใน 3 เดือน ที่นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ประกาศไปเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมนั้น ได้รับความสนใจจากชาวบ้านวงกว้างอย่างมาก

เพราะปัญหาใหญ่ของคนไทยในวันนี้ ข้อหนึ่งคือเศรษฐกิจปากท้อง ข้อต่อมาคือ ยาบ้าที่แพร่กระจายไปทั่ว ทำร้ายลูกหลานและคนในชุมชน

แน่นอนว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทย ประนีประนอมทางการเมือง เพื่อเน้นแก้ปัญหาปากท้องประชาชน

เรื่องเศรษฐกิจกำลังเฝ้ารอดูกันอยู่ว่าจะทำได้สำเร็จหรือไม่ เมื่อไหร่

พอนายกฯ เศรษฐาประกาศเรื่องแก้ปัญหายาบ้า ชาวบ้านก็พากันเงี่ยหูฟังทันที เพราะตรงใจอย่างมาก พอๆ กับรอการแก้เรื่องปากท้อง

นโยบายของนายกฯ เศรษฐาคือ เร่งแก้ยาเสพติดแบบรอบด้าน และให้ได้ผลในพื้นที่เป้าหมาย ภายใน 3 เดือนนี้ต้องเห็นเป็นรูปธรรม!!

แก้แบบครบวงจรนั่นคือ ทหารระดมกำลังสกัดกั้นแนวชายแดนไม่ให้ยาเสพติดเข้าประเทศ

ตำรวจและป.ป.ส. เร่งกวาดจับ เอาผิดผู้ค้า เอาเข้าคุกและยึดทรัพย์

ขณะเดียวกันผู้ว่าฯ ฝ่ายปกครอง องค์กรท้องถิ่นร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข แยกผู้เสพออกมา นำไปบำบัดรักษา และหางานให้ทำ เพื่อให้มีอนาคต

จะได้ไม่กลับไปหายาเสพติดอีก

ครบวงจร จึงทั้งจับทั้งปราบและทั้งเอาคนติดยาไปรักษาให้หายขาด เพื่อให้กำลังซื้อสินค้ายาเสพติด ลดน้อยถอยไป!!

แต่ก็นั่นแหละ คำถามจากชาวบ้านคือ ทำไมไม่ปราบปรามแบบให้สูญพันธุ์ไปเลย

หมายถึง ทำไมไม่เปิดสงครามยาเสพติดเหมือนยุคทักษิณ ซึ่งตอนนั้นได้ผลอย่างมาก ยาบ้าแทบจะหายไปจากสังคมไทย

คำตอบคือ แม้สงครามยาเสพติดยุคทักษิณได้ผลจริง แต่ก็มีข้อกังขาในอีกด้าน มีประเด็นละเมิดสิทธิมนุษยชน

ขณะที่ปีพ.ศ.นี้ ก็คงจะไปทำสงครามยาเสพติดเหมือนยุคทักษิณไม่ได้อีกแล้ว ไม่เช่นนั้นเราคงโดนทั้งโลกต่อต้านอย่างหนัก!

ในภาวะที่เศรษฐกิจถดถอยไปทั่วโลก ทำให้นายกฯ เศรษฐาต้องเดินสายไปในหลายประเทศ เปิดประตูการค้า ชักชวนการลงทุน

ถ้าในบ้านเรามีปฏิบัติการที่ถูกโจมตีว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน แผนการฟื้นเศรษฐกิจจากทรุดหนัก ให้โงหัวขึ้นมา ก็คงทำได้ยาก

แน่นอนว่า คนไทยจำนวนมาก ยังประทับใจกับสงครามยาเสพติดในยุคทักษิณ อยากให้นำกลับมาใช้อีก

แต่ก็ต้องยอมรับว่า ในยุคที่เราต้องร่วมมือกับทั่วโลกเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ คงไม่สามารถนำสงครามกลับมาใช้ได้อีกแล้ว!

ที่นายกฯ เศรษฐา พยายามแก้ปัญหายาบ้าแบบครบวงจร โดยไม่สามารถใช้สงครามเข้ามาจัดการได้ ก็น่าจะเป็นนโยบายที่ดีที่สุดสำหรับยุคสมัยนี้

ขอเพียงทุกฝ่ายร่วมมือกันจริงๆ ให้ยาเสพติดหดหายไป โดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง ก็จะเป็นประโยชน์ต่อลูกหลานเรา ต่อสังคมไทยเราอย่างแน่นอน!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน