เข้าสู่ช่วงการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์เงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทแล้ว โดยประชาชนที่ใช้สมาร์ตโฟน กำลังแห่เข้าแอป ‘ทางรัฐ’ กันอย่างคึกคัก เริ่มลงทะเบียนกันตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ไปจนถึงวันที่ 15 กันยายน
ก่อนหน้านี้รัฐบาลรณรงค์ให้โหลดแอปทางรัฐ พร้อมกับยืนยันตัวตนก่อน พอถึงวันที่ 1 สิงหาคม ก็เข้าลงทะเบียนรับสิทธิ์เพียงขั้นตอนเดียว ง่ายและสะดวกมากขึ้น
ใครที่เพิ่งโหลดแอปทางรัฐหลัง 1 สิงหาคม ต้องทำ 2 ขั้นตอน ต้องใช้เวลามากหน่อย ยิ่งคนจำนวนมากแห่เข้าแอปพร้อมๆ กัน ก็คงต้องอลหม่านไม่น้อย
ประเด็นที่นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน พึงพอใจอย่างมากก็คือ กระแสตอบรับของประชาชนต่อดิจิทัลวอลเล็ตพุ่งสูงมาก
เห็นได้จากสถิติการสมัครเข้าแอปทางรัฐ ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เพิ่มพรวด 10 เท่า มีผู้ใช้งานเฉลี่ยถึงวันละ 800,000 จนถึง 900,000 ครั้ง
บ่งบอกถึงความต้องการของประชาชนต่อโครงการนี้มีอย่างสูงมากๆ!!
ส่วนประชาชนที่ไม่มีสมาร์ตโฟน ผู้สูงวัย ใช้บัตรประชาชนสมัครรับสิทธิ์แทน ตั้งแต่ 16 กันยายน จนถึง 15 ตุลาคม
วอล์กอินเข้าไปได้เลย ที่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน จำนวน 1,722 ศูนย์ทั่วประเทศ
ที่ทำการไปรษณีย์ 1,200 แห่ง ธนาคารออมสิน 1,047 แห่ง และธ.ก.ส. 1,238 แห่ง
ประเด็นสำคัญล่าสุด รัฐบาลเปิดให้ย้ายทะเบียนบ้านได้เพื่อสะดวกในการใช้สิทธิ์ดิจิทัลวอลเล็ต
หลังจากที่ติดขัดว่า จะต้องใช้ในเขตอำเภอตามทะเบียนบ้านเท่านั้น
เพื่อขจัดเงื่อนไขที่ทำให้ประชาชนยุ่งยาก จึงสามารถย้ายทะเบียนบ้านเพื่อใช้สิทธิ์ได้ตามที่อยู่ในปัจจุบัน!
ยิ่งในยุคออนไลน์ สำนักงานเขตต่างๆ ที่ว่าการอำเภอต่างๆ ให้บริการประชาชนในการย้ายทะเบียนบ้านเพียงไม่กี่นาที
โดยย้ายทะเบียนบ้านให้เสร็จก่อน แล้วค่อยลงทะเบียนรับสิทธิ์ 1 หมื่นบาท คราวนี้สามารถจับจ่ายข้าวของในเขตอำเภอที่อยู่ในปัจจุบันได้สะดวกสบาย
จริงๆ แล้ว การกำหนดให้ใช้เงินดิจิทัลวอลเล็ตได้ในเขตอำเภอที่แต่ละคนมีทะเบียนบ้าน ชัดเจนว่าเพื่อกระจายการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ไปถึงทุกพื้นที่!
ไม่กระจุกแค่เมืองใหญ่ หรือแค่กทม.
เป็นหลักการกระจายรายได้ กระจายการฟื้นเศรษฐกิจ ทำให้ 878 อำเภอทั่วประเทศ คึกคักไปพร้อมๆ กัน
แต่เมื่อติดขัดตรงที่มีผู้คนต้องไปทำงานในต่างถิ่น จะต้องเสียเวลาเดินทางกลับบ้านไปใช้จ่าย 1 หมื่นบาท
การเปิดให้ย้ายทะเบียนบ้าน จึงมีความจำเป็น แต่ก็ไม่ทำให้หลักการกระจายการกระตุ้นเศรษฐกิจต้องเสียหายไป
เพราะถึงอย่างไรประชาชนที่อยู่อาศัยตามทะเบียนบ้าน อยู่ใน 878 อำเภอทั่วไทย มีมากมายเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว
การอำนวยความสะดวกดังกล่าว จะมีผลให้คนทั้ง 40-50 ล้าน ได้ใช้เงินหมื่นกันมากที่สุด
เพื่อให้การใช้จ่ายคึกคักจริง การกระตุ้นแบบพายุหมุนเกิดขึ้นจริง ที่รัฐบาลโม้เอาไว้จะได้ไม่เสียหาย ขายหน้า!!
วงค์ ตาวัน