จากนี้ไปต้องรอดูว่า ชื่อใหม่ของพรรคก้าวไกลจะใช้ชื่อพรรคอะไร ใครจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำชุดใหม่ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุบพรรคก้าวไกล พร้อมกับตัดสิทธิ์ทางการเมือง คณะกรรมการบริหารพรรค 2 ชุด เป็นเวลา 10 ปี
บทสรุปของความผิด มาจากกรณีไปยุ่งเกี่ยวกับกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยตรง
จะเป็นเรื่องใหญ่ เป็นบรรทัดฐานสำหรับนักการเมืองและพรรคการเมืองทั้งหลาย
ที่น่าเสียดายคือ อีก 10 ปีนี้ เราจะไม่ได้เห็นบทบาทในสภาของแกนนำพรรคสีส้ม 11 ราย
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นายชัยธวัช ตุลาธน น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ นายณกรณ์พงศ์ ศุภนิมิตรตระกูล นายปดิพัทธ์ สันติภาดา นายสมชาย ฝั่งชลจิตร นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล น.ส.เบญจา แสงจันทร์ นายอภิชาติ ศิริสุนทร นายสุเทพ อู่อ้น นายอภิสิทธิ์ พรมฤทธิ์
แต่ก็ยังมีแกนนำรุ่นถัดไป ที่มากด้วยความคิดความสามารถ พร้อมจะขึ้นมาทำหน้าที่แทนอีกหลายราย!
ขณะเดียวกัน ยังมีเรื่องน่าเป็นห่วงสำหรับแกนนำพรรคอีกส่วนหนึ่ง
แม้จะไม่โดนตัดสิทธิ์ 10 ปีในฐานะกรรมการบริหารพรรค
แต่ยังมีอีกคดี นั่นคือคดี 44 สส.ก้าวไกล ที่ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งกำลังอยู่ในการพิจารณาของป.ป.ช. ในข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง!!
ซึ่งก็เป็นคดีต่อเนื่องกัน กับคดียุบพรรคก้าวไกลที่เพิ่งตัดสินไปนั่นเอง
ดังนั้น ผลจากคำตัดสิน 7 สิงหาคม ยุบพรรคก้าวไกล ทำให้น่าเป็นห่วงคดี 44 สส.อย่างมาก!
ล้วนแต่เป็นดาวสำคัญของพรรคสีส้ม
เช่น นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ นายธีรัจชัย พันธุมาศ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร นายรังสิมันต์ โรม
ต้องติดตามกันต่อไป
เป็นคลื่นมรสุมอีกลูกใหญ่ที่รอกระหน่ำใส่ชาวพรรคสีส้ม!
เท่านั้นยังไม่พอ ผลจากการตัดสิทธิ์กรรมการพรรค ทำให้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์จำนวนหนึ่งหายไป ไม่สามารถเลื่อนใครมาแทนได้
ทำให้มี สส.ของพรรคนี้ลดหายไป เหลือ 143 คน
ที่น่าห่วงอีก ขั้นตอนต่อไปในการโอนย้าย 143 สส.ไปสังกัดพรรคใหม่
จะโดนดูดโดนซื้อจนหายไปอีกหรือไม่
สุดท้ายพรรคใหม่ของก้าวไกล จะเหลือ สส.ในสภาเท่าไหร่ อาจจะกลายเป็นพรรคอันดับ 2 ถ้า สส.ลดน้อยกว่าเพื่อไทยที่มี 141 คน
แต่แน่นอน ความคิดอุดมการณ์ของก้าวไกลคงไม่หายไปไหน มวลชนก็ยังเหนียวแน่นและอาจจะเพิ่มมากขึ้นอย่างร้อนแรงอีก!
วงค์ ตาวัน